ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น
โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ
ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป
วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน
วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่
ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล
ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง
เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
0 comments
Post a Comment