คลิปอีกมุมเผยรถจักรยานยนต์โจ๋วัย 18 พุ่งชนรถดีเจ เชา เชา จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ด้านแม่ยันลูกคนดี วอนสังคมอย่าว่าลูกเป็นเด็กแว้น 

วานนี้ (5 พ.ค. 60) โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปอีกมุมนาทีเกิดอุบัติเหตุนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจเชาเชา ขับรถชนนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี เสียชีวิต บริเวณถนนตัดใหม่วัชรพลสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพก่อนและหลังเกิดเหตุ

ดีเจ เชาเชา, เด็กแว้น, ข่าวอุบัติเหตุ,

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้มีการรวมตัวกันบริเวณใต้สะพานจำนวนหลาย 10 คัน ช่วงเวลา 00.18.24 วินาที วันที่27 เมย.ย ต่อมาเวลาไม่นานรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งอยู่ในเลนซ้ายสุด ได้ขับขี่ไปยังเลนขาวสุดซึ่งเป็นเลนที่รถของนายชวลิต ขับมา ทำให้ไม่สามารถเบรคได้ทันทีจึงเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิต

จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่เหลือก็ได้หลบหนีไปตามซอยต่าง ๆ ทั้งนี้จากคำให้การของพยานเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีวัยรุ่นอีกกลุ่มอยู่บนสะพานแล้วปาก้อนหินใส่กลุ่มตน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลใดอยู่บนสะพานดังกล่าว

ขณะที่ นางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี มารดาของนายจิรภาษ ธงอาษา หรือ น้องเบลล์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV วอนสังคมอย่าโจมตีลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ตาย ว่าเป็นเด็กแว้น ยันลูกชายเป็นเด็กดี ทำงานส่งน้องอีกคนเรียนหนังสือ และรถที่ถูกชนก็เป็นคันที่ทำงานเก็บเงินซื้อเอง

คลิป อีกมุมเผยรถจักรยานยนต์โจ๋วัย 18 พุ่งชนรถดีเจ เชา เชา จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ด้านแม่ยันลูกคนดี วอนสังคมอย่าว่าลูกเป็นเด็กแว้น วานนี้ (5 พ.ค. 60) โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปอีกมุมนาทีเกิดอุบัติเหตุนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจเชาเชา ขับรถชนนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี เสียชีวิต บริเวณถนนตัดใหม่วัชรพลสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพก่อนและหลังเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้มีการรวมตัวกันบริเวณใต้สะพานจำนวนหลาย 10 คัน ช่วงเวลา 00.18.24 วินาที วันที่27 เมย.ย ต่อมาเวลาไม่นานรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งอยู่ในเลนซ้ายสุด ได้ขับขี่ไปยังเลนขาวสุดซึ่งเป็นเลนที่รถของนายชวลิต ขับมา ทำให้ไม่สามารถเบรคได้ทันทีจึงเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิต จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่เหลือก็ได้หลบหนีไปตามซอยต่าง ๆ ทั้งนี้จากคำให้การของพยานเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีวัยรุ่นอีกกลุ่มอยู่บนสะพานแล้วปาก้อนหินใส่กลุ่มตน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลใดอยู่บนสะพานดังกล่าว ขณะที่ นางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี มารดาของนายจิรภาษ ธงอาษา หรือ น้องเบลล์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV วอนสังคมอย่าโจมตีลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ตาย ว่าเป็นเด็กแว้น ยันลูกชายเป็นเด็กดี ทำงานส่งน้องอีกคนเรียนหนังสือ และรถที่ถูกชนก็เป็นคันที่ทำงานเก็บเงินซื้อเอง

ชาวเน็ตแชร์จวกยับ! คลิปแฉหนุ่มสาวทำท่าคล้ายมีเซ็กส์ บนตุ๊กตุ๊ก ในถนนหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต

วันนี้(6 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sornchai Uadsree ซึ่งได้เผยภาพเหตุการณ์บนรถตุ๊กตุ๊กคันสีแดง กำลังวิ่งอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเส้นทางริมหาดกะรน บนรถคันดังกล่าวมีหนุ่มสาวชาวต่างชาติมีลักษณะทำสยิวกัน ขณะที่รถกำลังวิ่ง โดยฝ่ายชายนั่งบนเก้าอี้ผู้โดยสารฝั่งขวา ส่วนหญิงสาวนั่งทับบนตักและยกขาสองข้างขี้นจรดหลังคารถ และใช้มือสองข้างคำไว้บนเก้าอี้อีกฝั่ง พร้อมโยกตัวไปมา โดยไม่แคร์ว่ามีรถกำลังวิ่งตาม ซึ่งมองเห็นภาพชัดเจน ก่อนที่รถตุ๊กตุ๊กจะเลี้ยวเข้าซอยซ้ายมือ โดยข้อความระบุว่า

รอให้ถึงโรงแรมก่อนดีไหม มันอยากถึงขนาดนี้เลยเหรอ

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรถคันดังกล่าว ว่าปล่อยให้ผู้โดยสารทำอย่างนั้นได้อย่างไร และติดตามชายหญิงดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมาย โดยคาดว่าผู้ชายน่าจะเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนผู้หญิงคาดว่าจะเป็นสาวไทยหญิงขายบริการ ย่านหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

ชมคลิป

ชาวเน็ตแชร์จวกยับ! คลิป แฉหนุ่มสาวทำท่าคล้ายมีเซ็กส์ บนตุ๊กตุ๊ก ในถนนหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต วันนี้(6 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sornchai Uadsree ซึ่งได้เผยภาพเหตุการณ์บนรถตุ๊กตุ๊กคันสีแดง กำลังวิ่งอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเส้นทางริมหาดกะรน บนรถคันดังกล่าวมีหนุ่มสาวชาวต่างชาติมีลักษณะทำสยิวกัน ขณะที่รถกำลังวิ่ง โดยฝ่ายชายนั่งบนเก้าอี้ผู้โดยสารฝั่งขวา ส่วนหญิงสาวนั่งทับบนตักและยกขาสองข้างขี้นจรดหลังคารถ และใช้มือสองข้างคำไว้บนเก้าอี้อีกฝั่ง พร้อมโยกตัวไปมา โดยไม่แคร์ว่ามีรถกำลังวิ่งตาม ซึ่งมองเห็นภาพชัดเจน ก่อนที่รถตุ๊กตุ๊กจะเลี้ยวเข้าซอยซ้ายมือ โดยข้อความระบุว่า รอให้ถึงโรงแรมก่อนดีไหม มันอยากถึงขนาดนี้เลยเหรอ หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรถคันดังกล่าว ว่าปล่อยให้ผู้โดยสารทำอย่างนั้นได้อย่างไร และติดตามชายหญิงดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมาย โดยคาดว่าผู้ชายน่าจะเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนผู้หญิงคาดว่าจะเป็นสาวไทยหญิงขายบริการ ย่านหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ชมคลิป

ทางการฝรั่งเศสประกาศ เตือนความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยกระจายทั่วทั้งในและรอบๆกรุงปารีส ในช่วงการรณรงค์หาเสียงลงเลือกตั้งวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีในรอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังมีผู้ต้องสงสัย อิสลามหัวรุนแรง ที่มีอาวุธและสาบานภักดีต่ออิสลาม ถูกจับได้ทางตอนเหนือของเมืองหลวงฝรั่งเศส และมีนักกิจกรรมกลุ่มกรีนพีซ ขึ้นแขวนป้าย ข้อความทางการเมือง ที่หอไอเฟลท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เป็นเหตุให้มีการประชุมตำรวจฉุกเฉินเกิดขึ้น

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รอบที่ 2 ที่เป็นการชิงกันระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครอง และ นางมารีน เลอ ปอง จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยการสำรวจ ความเห็นของประชาชนชี้ให้เห็นว่า นายมาครอง มีคะแนนนำอยู่มากกว่าร้อยละ 20

ทางการฝรั่งเศสประกาศ เตือนความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยกระจายทั่วทั้งในและรอบๆกรุงปารีส ในช่วงการรณรงค์หาเสียงลงเลือกตั้งวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีในรอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังมีผู้ต้องสงสัย อิสลามหัวรุนแรง ที่มีอาวุธและสาบานภักดีต่ออิสลาม ถูกจับได้ทางตอนเหนือของเมืองหลวงฝรั่งเศส และมีนักกิจกรรมกลุ่มกรีนพีซ ขึ้นแขวนป้าย ข้อความทางการเมือง ที่หอไอเฟลท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เป็นเหตุให้มีการประชุมตำรวจฉุกเฉินเกิดขึ้น สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รอบที่ 2 ที่เป็นการชิงกันระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครอง และ นางมารีน เลอ ปอง จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยการสำรวจ ความเห็นของประชาชนชี้ให้เห็นว่า นายมาครอง มีคะแนนนำอยู่มากกว่าร้อยละ 20

"นิสา นางฟ้า" นอนคุก! หลังศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เจ้าตัวโพสต์เฟสบุ๊กโวยตำรวจยศสารวัตร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ลั่นสู้หลังชนฝา

จากกรณี น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ "นิสา นางฟ้า" อายุ 41 ปี สาวเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดัง หลังโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่าถูกตำรวจยัดข้อกล่าวหา ทำให้ตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมกับสั่งย้ายเข้ากรุ

จนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จับกุมตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ในคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อกล่าวหาหนัก ก่อนตำรวจจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อีกทั้ง ยังถูกการคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ตลอดทั้งวันทางญาติได้ยื่นเรื่องพร้อมกับหลักทรัพย์เพื่อขอการประกันตัว แต่ต้องถึงกับผิดหวังเพราะว่าเบื้องต้นศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำเอา น.ส.ปะระนิสา คอตก ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา

สำหรับความเคลื่อนไหวเฟสบุ๊กส่วนตัว น.ส.ปะระนิสา ชื่อ "นิสา นางฟ้าเจ้าค่ะ" ได้โพสต์ข้อความทำนองต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่ง ซึ่งไม่ระบุชื่อ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวถูกกลั่นแกล้ง และยืนยันว่าจะต่อสู้กับคดีนี้ให้ถึงที่สุด ก่อนจะมีบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายเข้ามาแห่ให้กำลังใจกันจำนวนมาก…

"นิสา นางฟ้า" นอนคุก! หลังศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เจ้าตัวโพสต์เฟสบุ๊กโวยตำรวจยศสารวัตร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ลั่นสู้หลังชนฝา จากกรณี น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ "นิสา นางฟ้า" อายุ 41 ปี สาวเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดัง หลังโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่าถูกตำรวจยัดข้อกล่าวหา ทำให้ตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมกับสั่งย้ายเข้ากรุ จนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จับกุมตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ในคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อกล่าวหาหนัก ก่อนตำรวจจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อีกทั้ง ยังถูกการคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ตลอดทั้งวันทางญาติได้ยื่นเรื่องพร้อมกับหลักทรัพย์เพื่อขอการประกันตัว แต่ต้องถึงกับผิดหวังเพราะว่าเบื้องต้นศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำเอา น.ส.ปะระนิสา คอตก ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา สำหรับความเคลื่อนไหวเฟสบุ๊กส่วนตัว น.ส.ปะระนิสา ชื่อ "นิสา นางฟ้าเจ้าค่ะ" ได้โพสต์ข้อความทำนองต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่ง ซึ่งไม่ระบุชื่อ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวถูกกลั่นแกล้ง และยืนยันว่าจะต่อสู้กับคดีนี้ให้ถึงที่สุด ก่อนจะมีบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายเข้ามาแห่ให้กำลังใจกันจำนวนมาก…

หลังจากมีกระแสข่าวที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์กรณีที่มีตำรวจหนุ่มชื่อว่า ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง ประกาศแต่งงานกับผู้ชายคือ นายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งงานวิวาห์จะมีขึ้นในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ตามประเพณีที่บ้าน ใน อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดโดยได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเข้าร่วมเป็นสักขีพยานไปก่อนหน้านี้

โดยหลังจากนั้น ได้มีการเผยแพร่หนังสือคำสั่งของพ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าง ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม ว่าเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน หรือการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่

ล่าสุด (5 พ.ค.) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ได้เปิดเผยว่า ตนได้มีคำสั่งให้ทางพ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ ที่มีข่าวหนุ่มเจ้าของธุรกิจมาขอแต่งงาน โดยจะมีการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการบังคับว่าห้ามแต่งงาน เนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนบุคคลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปลดออกจากการเป็นตำรวจอย่างแน่นอน ส่วนที่ให้ผู้กำกับซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่า ส.ต.ต.ธนเดช นั้นมีครอบครัว มีภรรยามีลูก หรือไม่ก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่ว่ามีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

หลังจากมีกระแสข่าวที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์กรณีที่มีตำรวจหนุ่มชื่อว่า ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง ประกาศแต่งงานกับผู้ชายคือ นายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งงานวิวาห์จะมีขึ้นในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ตามประเพณีที่บ้าน ใน อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดโดยได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเข้าร่วมเป็นสักขีพยานไปก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนั้น ได้มีการเผยแพร่หนังสือคำสั่งของพ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าง ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม ว่าเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน หรือการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ ล่าสุด (5 พ.ค.) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ได้เปิดเผยว่า ตนได้มีคำสั่งให้ทางพ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ ที่มีข่าวหนุ่มเจ้าของธุรกิจมาขอแต่งงาน โดยจะมีการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการบังคับว่าห้ามแต่งงาน เนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนบุคคลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปลดออกจากการเป็นตำรวจอย่างแน่นอน ส่วนที่ให้ผู้กำกับซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่า ส.ต.ต.ธนเดช นั้นมีครอบครัว มีภรรยามีลูก หรือไม่ก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่ว่ามีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น

โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ

ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป


วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน 

วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล

ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง

เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนหนังสือเดินทางของ "วรยุทธ อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจแล้ว

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ ผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ปี 2548

ขอบคุณ  bangkokbiznews

กระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนหนังสือเดินทางของ "วรยุทธ อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจแล้ว น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ ผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ปี 2548 ขอบคุณ  bangkokbiznews

ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายสวนทุเรียนป่าละอูที่กำลังออกลูกใกล้เก็บขาย เสียหายอย่างหนักชาวบ้านเดือดร้อนต้องสูญเงินกว่า 1 แสนบาท วอนหน่วยงานเยียวยาชาวบ้าน

วันนี้(วันที่ 5 พฤษภาคม 2560) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 2 บ้านฟ้าประทาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ว่า มีช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายต้นทุเรียนเพื่อหวังจะกินทุเรียนที่กำลังออกผลผลิตเตรียมตัดออกขายได้ภายในอีกไม่เกินหนึ่งเดือน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยจุดเที่เกิดเหตุพบ นางละไม นิลกลัด อายุ 77ปี บ้านเลขที่ 159 ม.2 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของบ้านและเป็นแม่ของ นายธานิล นิลกลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่2 เจ้าของพื้นที่เสียหาย

นางละไม นำนายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว พาเข้าไร่ทุเรียนบนพื้นที่ปลูก 8 ไร่ พบต้นทุเรียนอายุประมาณ10ปี ที่กำลังติดผลทุเรียนเต็มต้น ต้นละเกือบ 50 ลูก ซึ่งอีกประมาณ1เดือนเศษ ก็สามารถเก็บผลทุเรียนจำหน่ายได้ แต่ต้องพังเสียหายจากการที่ช้างป่าแก่งกระจานเข้ากัดกินผลทุเรียนอ่อนกระจัดกระจายอยู่รอบๆ และช้างป่ายังดันให้ต้นทุเรียนหักโคนไป 2ต้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1แสนบาท

นางละไม กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายของปีนี้ก็นับแสนบาท แต่ถ้าอายุของต้นทุเรียนเหล่านี้ยังสามารถออกลูกได้อีกหลายปี ทำให้เป็นความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ โดยเฉพาขณะนี้ทุเรียนป่าละอูกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะรสชาดดี หวานมัน เนื้อหนา ราคาหน้าสวนล่าสุด อยู่ที่กิโลกรัมละ 170 บาท ราคาขายที่ตัวเมืองหัวหินราว กิโลกรัมละ 200-250 บาท และราคาจำหน่ายที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 250-300 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบว่าช้างป่าแก่งกระจานยังได้เข้ากินต้นกล้วยจนพังราบไปอีกหลายกอ

นางละไม เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เมื่อเช้ามืดเวลาประมาณ ตี3.30 นาฬิกา ตนตื่นลุกขึ้นมาหุงข้าวเพื่อรอใส่บาตร ได้ยินเสียงช้างเดินจากหลังบ้าน ผ่านไปทางสวนทุเรียน ทำให้ตนต้องรีบปลุกลูกชาย ให้ไปไล่ช้าง แต่พอไปดูก็ไม่พบ แต่พอเดินกลับมาบ้าน ก็ได้ยินเสียงต้นทุเรียนโค่นลงกับพื้น จึงต้องทำใจเพราะจะออกมาตอนช้างกำลังกินก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย กระทั่งเช้าเมื่อเข้ามาตรวจความเสียหายก็ต้องเข่าอ่อน เพราะเห็นต้นทุเรียนเสียหาย เงินที่จะได้จากการขายทุเรียนในเดือนหน้า ก็หายไปในพริบตาต้องหายไปในทั้งหมด ตนก็ไม่ทราบว่าจะอย่างไรได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ เยียวยาผลกระทบที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่ามากัดกินพืชผลทางการเกษตร
นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งความเดือดร้อนได้รีบลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายจากนั้นจะรีบรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, คณะกรรมการติดตามแก้ไขปัญหาช้างป่า และทางจังหวัด ได้ทราบเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ โดยผลผลิตทุเรียนป่าละอูล็อตแรกจะเริ่มออกสู่ตลาดราวต้นเดือนมิถุนายน 2560 นี้ และผลผลิตจะออกมากที่สุดราวเดือนสิงหาคม โดยปีนี้ผลว่าทุเรียนติดผลให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งในปีนี้พื้นที่การปลูกทุเรียนกว่า 2พันไร่ ผลผลิตน่าจะมากกว่า 1,000 ตัน สร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนทุเรียน รายละไม่ต่ำกว่า 1ล้านบาท และบางรายหากผลผลิตติดเต็มที่ ก็สามารถสร้างรายได้ให้หลายล้านบาทเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ให้การช่วยเหลือในเรื่องการจัดซื้อลูกโป้งให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชาวบ้านเพื่อใช้จุดไล่ช้างปีละกว่า 2 แสนบาท แต่ถึงปัจจุบันนี้ช้างป่าไม่กลัว อีกทั้งการจัดทำรั้วกันช้างป่าก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเวลาประมาณ 01.30.น.วันนี้ขณะเดินทางกลับออกจากป่าละอู ก็พบช้างป่าขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาเดินข้ามถนนส่งผลให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาถนนทางเข้าหมู่บ้านป่าละอู ต้องจอดรถและบางคันต้องถอยรถยนต์ เนื่องจากช้างป่าได้เดินเข้าหา เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรมของช้างป่า ที่ออกมาหากินใหนหมู่บ้านมากกว่าหากินในป่า รวมทั้งจำนวนช้างป่าก็เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายสวนทุเรียนป่าละอูที่กำลังออกลูกใกล้เก็บขาย เสียหายอย่างหนักชาวบ้านเดือดร้อนต้องสูญเงินกว่า 1 แสนบาท วอนหน่วยงานเยียวยาชาวบ้าน วันนี้(วันที่ 5 พฤษภาคม 2560) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 2 บ้านฟ้าประทาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ว่า มีช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายต้นทุเรียนเพื่อหวังจะกินทุเรียนที่กำลังออกผลผลิตเตรียมตัดออกขายได้ภายในอีกไม่เกินหนึ่งเดือน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยจุดเที่เกิดเหตุพบ นางละไม นิลกลัด อายุ 77ปี บ้านเลขที่ 159 ม.2 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของบ้านและเป็นแม่ของ นายธานิล นิลกลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่2 เจ้าของพื้นที่เสียหาย นางละไม นำนายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว พาเข้าไร่ทุเรียนบนพื้นที่ปลูก 8 ไร่ พบต้นทุเรียนอายุประมาณ10ปี ที่กำลังติดผลทุเรียนเต็มต้น ต้นละเกือบ 50 ลูก ซึ่งอีกประมาณ1เดือนเศษ ก็สามารถเก็บผลทุเรียนจำหน่ายได้ แต่ต้องพังเสียหายจากการที่ช้างป่าแก่งกระจานเข้ากัดกินผลทุเรียนอ่อนกระจัดกระจายอยู่รอบๆ และช้างป่ายังดันให้ต้นทุเรียนหักโคนไป 2ต้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1แสนบาท นางละไม กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายของปีนี้ก็นับแสนบาท แต่ถ้าอายุของต้นทุเรียนเหล่านี้ยังสามารถออกลูกได้อีกหลายปี ทำให้เป็นความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ โดยเฉพาขณะนี้ทุเรียนป่าละอูกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะรสชาดดี หวานมัน เนื้อหนา ราคาหน้าสวนล่าสุด อยู่ที่กิโลกรัมละ 170 บาท ราคาขายที่ตัวเมืองหัวหินราว กิโลกรัมละ 200-250 บาท และราคาจำหน่ายที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 250-300 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบว่าช้างป่าแก่งกระจานยังได้เข้ากินต้นกล้วยจนพังราบไปอีกหลายกอ นางละไม เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เมื่อเช้ามืดเวลาประมาณ ตี3.30 นาฬิกา ตนตื่นลุกขึ้นมาหุงข้าวเพื่อรอใส่บาตร ได้ยินเสียงช้างเดินจากหลังบ้าน ผ่านไปทางสวนทุเรียน ทำให้ตนต้องรีบปลุกลูกชาย ให้ไปไล่ช้าง แต่พอไปดูก็ไม่พบ แต่พอเดินกลับมาบ้าน ก็ได้ยินเสียงต้นทุเรียนโค่นลงกับพื้น จึงต้องทำใจเพราะจะออกมาตอนช้างกำลังกินก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย กระทั่งเช้าเมื่อเข้ามาตรวจความเสียหายก็ต้องเข่าอ่อน เพราะเห็นต้นทุเรียนเสียหาย เงินที่จะได้จากการขายทุเรียนในเดือนหน้า ก็หายไปในพริบตาต้องหายไปในทั้งหมด ตนก็ไม่ทราบว่าจะอย่างไรได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ เยียวยาผลกระทบที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่ามากัดกินพืชผลทางการเกษตร นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งความเดือดร้อนได้รีบลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายจากนั้นจะรีบรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, คณะกรรมการติดตามแก้ไขปัญหาช้างป่า และทางจังหวัด ได้ทราบเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ โดยผลผลิตทุเรียนป่าละอูล็อตแรกจะเริ่มออกสู่ตลาดราวต้นเดือนมิถุนายน 2560 นี้ และผลผลิตจะออกมากที่สุดราวเดือนสิงหาคม โดยปีนี้ผลว่าทุเรียนติดผลให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งในปีนี้พื้นที่การปลูกทุเรียนกว่า 2พันไร่ ผลผลิตน่าจะมากกว่า 1,000 ตัน สร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนทุเรียน รายละไม่ต่ำกว่า 1ล้านบาท และบางรายหากผลผลิตติดเต็มที่ ก็สามารถสร้างรายได้ให้หลายล้านบาทเลยทีเดียว ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ให้การช่วยเหลือในเรื่องการจัดซื้อลูกโป้งให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชาวบ้านเพื่อใช้จุดไล่ช้างปีละกว่า 2 แสนบาท แต่ถึงปัจจุบันนี้ช้างป่าไม่กลัว อีกทั้งการจัดทำรั้วกันช้างป่าก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเวลาประมาณ 01.30.น.วันนี้ขณะเดินทางกลับออกจากป่าละอู ก็พบช้างป่าขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาเดินข้ามถนนส่งผลให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาถนนทางเข้าหมู่บ้านป่าละอู ต้องจอดรถและบางคันต้องถอยรถยนต์ เนื่องจากช้างป่าได้เดินเข้าหา เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรมของช้างป่า ที่ออกมาหากินใหนหมู่บ้านมากกว่าหากินในป่า รวมทั้งจำนวนช้างป่าก็เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

มัลลิกา ทวิตจี้นายกฯ และคมนาคม แก้กฎหมายรับอูเบอร์รถบ้านเป็นแท็กซี่ ให้เป็นวาระด่วนเหมือนซื้อเรือดำน้ำ

วันนี้ (5 พ.ค. 60) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com ได้มีการโพสต์ข้อความทวิตเตอร์ส่วนตัว เรียกร้องให้นายรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ดันกฎหมาย รถอูเบอร์, รถบ้าน ให้เป็นแท็กซี่ ให้เป็นเรื่องด่วนเหมือนกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ โดยมีข้อความระบุว่า

มัลลิกา บุญมีตระกูล, อูเบอร์, แท็กซี่, เรือดำน้ำมัลลิกา บุญมีตระกูล

นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคมนาคม และกรมการขนส่ง คงรอให้เกิดเหตุฆ่ากันตายก่อนมั้งค่อยแก้ปัญหา! จะให้ประชาชนมีทางเลือกด้วยการเพิ่มการบริการ หรือจะให้แท็กซี่และบริษัทสะดวก เลือกมาจะทำงานเพื่อใคร กรมการขนส่งติดขัดอะไรนักหนา เมื่อรู้ปัญหาแล้วทำไมจึงนิ่งเฉย แล้วไม่รีบเร่งปัดฝุ่นกฎหมายเก่าแก่นั้นโดยเร็ว

ท่านรัฐมนตรีคมนาคมทำงานกระทรวงนี้มา 3 ปี ไม่รู้เหรอคะว่ากรมการขนส่งติดขัดอะไร อะไรติดกรมการขนส่ง
ทนได้หรือคะอันธพาลครองเมือง โดยการอ้างกฎหมายของกรมการขนส่งเนี่ย ประเทศนี้ต้องไทยแลนด์4.0ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ตามบัญชาของกระบวนการ

ประชาชนเดือดร้อนจากการโบกแท็กซี่จากการเรียกใช้บริการแท็กซี่ท่านเคยแก้ได้ไหม? สิ่งที่ทดแทนได้คือเทคโนโลยี นี่ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปจะให้คนไปเสี่ยงยืนโบกTaxi 10คันไม่ไป ทั้งอันตราย ฝนตก ซอยมืด จะไม่ช่วยประชาชนหน่อยหรือ

การทำงานนโยบายคือการนำวิชั่นไปบริหารไม่ใช่รอความคิดจากผอ.กอง หรือ อธิบดีกรม ไม่งั้นเขาจะให้มีรัฐมนตรีไปทำไม ก็ไม่แปลกใจทำไมนายกถึงเหนื่อยก็ใช้รัฐมนตรีที่มาจากซุปเปอร์ปลัดเกือบทุกกระทรวง อย่าบ่น 3 ปีได้เท่านี้อย่าบ่น  แก้ปัญหาแท็กซี่ความเดือดร้อนของประชาชนทำให้เป็นวาระเร่งด่วนเหมือนซื้อ

มัลลิกา ทวิตจี้นายกฯ และคมนาคม แก้กฎหมายรับอูเบอร์รถบ้านเป็นแท็กซี่ ให้เป็นวาระด่วนเหมือนซื้อเรือดำน้ำ วันนี้ (5 พ.ค. 60) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com ได้มีการโพสต์ข้อความทวิตเตอร์ส่วนตัว เรียกร้องให้นายรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ดันกฎหมาย รถอูเบอร์, รถบ้าน ให้เป็นแท็กซี่ ให้เป็นเรื่องด่วนเหมือนกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ โดยมีข้อความระบุว่า มัลลิกา บุญมีตระกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคมนาคม และกรมการขนส่ง คงรอให้เกิดเหตุฆ่ากันตายก่อนมั้งค่อยแก้ปัญหา! จะให้ประชาชนมีทางเลือกด้วยการเพิ่มการบริการ # Uber หรือจะให้แท็กซี่และบริษัทสะดวก เลือกมาจะทำงานเพื่อใคร กรมการขนส่งติดขัดอะไรนักหนา เมื่อรู้ปัญหาแล้วทำไมจึงนิ่งเฉย แล้วไม่รีบเร่งปัดฝุ่นกฎหมายเก่าแก่นั้นโดยเร็ว ท่านรัฐมนตรีคมนาคมทำงานกระทรวงนี้มา 3 ปี ไม่รู้เหรอคะว่ากรมการขนส่งติดขัดอะไร อะไรติดกรมการขนส่ง ทนได้หรือคะอันธพาลครองเมือง โดยการอ้างกฎหมายของกรมการขนส่งเนี่ย ประเทศนี้ต้องไทยแลนด์4.0ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ตามบัญชาของกระบวนการ ประชาชนเดือดร้อนจากการโบกแท็กซี่จากการเรียกใช้บริการแท็กซี่ท่านเคยแก้ได้ไหม? สิ่งที่ทดแทนได้คือเทคโนโลยี นี่ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปจะให้คนไปเสี่ยงยืนโบกTaxi 10คันไม่ไป ทั้งอันตราย ฝนตก ซอยมืด จะไม่ช่วยประชาชนหน่อยหรือ การทำงานนโยบายคือการนำวิชั่นไปบริหารไม่ใช่รอความคิดจากผอ.กอง หรือ อธิบดีกรม ไม่งั้นเขาจะให้มีรัฐมนตรีไปทำไม ก็ไม่แปลกใจทำไมนายกถึงเหนื่อยก็ใช้รัฐมนตรีที่มาจากซุปเปอร์ปลัดเกือบทุกกระทรวง อย่าบ่น 3 ปีได้เท่านี้อย่าบ่น # แก้กฎหมายง่ายนิดเดียว # uber แก้ปัญหาแท็กซี่ความเดือดร้อนของประชาชนทำให้เป็นวาระเร่งด่วนเหมือนซื้อ # เรือดำน้ำได้ไหม # ด่วนก็ทำเป็นนี่

กสท. เตรียมเจรจาช่องอื่นยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก หลังช่อง 7 ส่งแผนยุติการออกอากาศ 15 มิถุนายนนี้หวังนำคลื่นความถี่ กลับมาใช้ประโยชน์ ได้เร็วขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (5 พ.ค. 60 ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า กสท.ได้รับหนังสือจากกองทัพบก ถึงแนวทางเบื้องต้นในการจัดทำแผนยุติการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7
ช่อง7, ทีวีอนาล็อก, คลื่นความถี่, ข่าวสดวันนี้ทช.มองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ที่ช่อง 7 ยุติการออกอากาศทีวีอนาล็อกเร็วกว่ากำหนด เพราะจะช่วยให้การพูดคุยกับทีวีช่องอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยให้การใช้งานทรัพยากรคลื่นความถี่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

สำหรับช่องทีวี ที่จะมีการยุติการออกอากาศอนาล็อก เป็นดังนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที ตามแผนจะยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ไทยพีบีเอส ยุติออกอากาศทั้งหมด 16 มิถุยายน 2561 สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 และช่อง9 จะยุติ 16 กรกฎาคม 2561

กสท. เตรียมเจรจาช่องอื่นยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก หลังช่อง 7 ส่งแผนยุติการออกอากาศ 15 มิถุนายนนี้หวังนำคลื่นความถี่ กลับมาใช้ประโยชน์ ได้เร็วขึ้น รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (5 พ.ค. 60 ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า กสท.ได้รับหนังสือจากกองทัพบก ถึงแนวทางเบื้องต้นในการจัดทำแผนยุติการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 ทช.มองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ที่ช่อง 7 ยุติการออกอากาศทีวีอนาล็อกเร็วกว่ากำหนด เพราะจะช่วยให้การพูดคุยกับทีวีช่องอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยให้การใช้งานทรัพยากรคลื่นความถี่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย สำหรับช่องทีวี ที่จะมีการยุติการออกอากาศอนาล็อก เป็นดังนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที ตามแผนจะยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ไทยพีบีเอส ยุติออกอากาศทั้งหมด 16 มิถุยายน 2561 สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 และช่อง9 จะยุติ 16 กรกฎาคม 2561

ขนส่งร้อยเอ็ดลงดาบโชเฟอร์ต่อยพระ ปรับ 5,000 บาท ด้านผู้ประกอบการโดนปรับ 40,000 บาท หลังไม่อบรมมารยาทคนขับ พร้อมรับผิดชอบหยุดให้บริการรถดังกล่าวแบบไม่มีกำหนด

ความคืบหน้ากรณีที่ปรากฏคลิปเหตุการณ์ พระสงฆ์และคนขับรถตู้โดยสารเปิดฉากต่อยตีกัน ที่บริเวณขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตลอดช่วงวันของวานนี้ (4 พ.ค. 60) นั้น  (อ่านข่าว : จีวรปลิว !! พระ-โยม เปิดศึกดวลหมัด กลางขนส่งร้อยเอ็ด )ในวันเดียวกัน ทางขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด ได้มีการตรวจสอบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่ารถคันที่เกิดเหตุ เป็นของบริษัท ร้อยเอ็ดเสลภูมิขนส่ง จำกัด เป็นรถร่วมบริการร้อยเอ็ด-ดอนตาล ป้ายทะเบียน 10-0855 จ.มุกดาหาร มีนายพัลลภ ประเสริฐ วัย 35 ปี เป็นคนขับ และนางสาวสาวิตรี ศรีสมบัติ ภรรยาวัย 38 ปี เป็นพนักงานเก็บเงินประจำรถ

ต่อยพระ, ข่าวพระ, ข่าวจังหวัดร้อยเอ็ด,

โดย นายกฤตภาส มุกดาประเสริฐ ขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด เผยว่า หลังการสอบสวน นายพัลลภ สารภาพว่า ได้ลงมือต่อยกับพระจริง เพราะก่อนเกิดเหตุพระได้บ่นว่าเก็บค่าโดยสารพระแพงเกินไป ตนจึงแจ้งว่าเก็บตามอัตรา ซึ่งพระก็ได้บ้วนน้ำลายใส่พื้น กระทั่งถึงสถานีขนส่งโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ตนจึงนิมนต์พระลงจากรถ จึงมีปากเสียงกัน แล้วพระสงฆ์ก็ขาดสติกระโดดเข้าชกภรรยาตน ตนจึงเข้าไปช่วย และเกิดเป็นเหตุการณ์ตามในคลิป

เบื้องต้น สำนักงานขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด ได้ปรับคนขับ 5,000 บาท ฐานผิดเรื่องแสดงกิริยา วาจาก้าวร้าว ชกต่อยพระซึ่งเป็นตัวแทนศาสนาพุทธ และปรับพนักงานเก็บเงิน 5,000 บาท ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ นอกจากนี้ ยังมีการปรับผู้ประกอบการในฐานไม่ควบคุมอบรมพนักงานขับรถ 40,000 บาท ด้านผู้ประกอบการ ได้แสดงความรับผิดชอบโดยการสั่งหยุดการให้บริการรถคันดังกล่าว อย่างไม่มีกำหนด

ขนส่งร้อยเอ็ดลงดาบโชเฟอร์ต่อยพระ ปรับ 5,000 บาท ด้านผู้ประกอบการโดนปรับ 40,000 บาท หลังไม่อบรมมารยาทคนขับ พร้อมรับผิดชอบหยุดให้บริการรถดังกล่าวแบบไม่มีกำหนด ความคืบหน้ากรณีที่ปรากฏคลิป เหตุการณ์ พระสงฆ์และคนขับรถตู้โดยสารเปิดฉากต่อยตีกัน ที่บริเวณขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตลอดช่วงวันของวานนี้ (4 พ.ค. 60) นั้น  (อ่านข่าว : จีวรปลิว !! พระ-โยม เปิดศึกดวลหมัด กลางขนส่งร้อยเอ็ด )ในวันเดียวกัน ทางขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด ได้มีการตรวจสอบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่ารถคันที่เกิดเหตุ เป็นของบริษัท ร้อยเอ็ดเสลภูมิขนส่ง จำกัด เป็นรถร่วมบริการร้อยเอ็ด-ดอนตาล ป้ายทะเบียน 10-0855 จ.มุกดาหาร มีนายพัลลภ ประเสริฐ วัย 35 ปี เป็นคนขับ และนางสาวสาวิตรี ศรีสมบัติ ภรรยาวัย 38 ปี เป็นพนักงานเก็บเงินประจำรถ โดย นายกฤตภาส มุกดาประเสริฐ ขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด เผยว่า หลังการสอบสวน นายพัลลภ สารภาพว่า ได้ลงมือต่อยกับพระจริง เพราะก่อนเกิดเหตุพระได้บ่นว่าเก็บค่าโดยสารพระแพงเกินไป ตนจึงแจ้งว่าเก็บตามอัตรา ซึ่งพระก็ได้บ้วนน้ำลายใส่พื้น กระทั่งถึงสถานีขนส่งโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ตนจึงนิมนต์พระลงจากรถ จึงมีปากเสียงกัน แล้วพระสงฆ์ก็ขาดสติกระโดดเข้าชกภรรยาตน ตนจึงเข้าไปช่วย และเกิดเป็นเหตุการณ์ตามในคลิป เบื้องต้น สำนักงานขนส่ง จ.ร้อยเอ็ด ได้ปรับคนขับ 5,000 บาท ฐานผิดเรื่องแสดงกิริยา วาจาก้าวร้าว ชกต่อยพระซึ่งเป็นตัวแทนศาสนาพุทธ และปรับพนักงานเก็บเงิน 5,000 บาท ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ นอกจากนี้ ยังมีการปรับผู้ประกอบการในฐานไม่ควบคุมอบรมพนักงานขับรถ 40,000 บาท ด้านผู้ประกอบการ ได้แสดงความรับผิดชอบโดยการสั่งหยุดการให้บริการรถคันดังกล่าว อย่างไม่มีกำหนด

ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สั่งตรวจสอบนายตำรวจแต่งหนุ่มนักธุรกิจ ชี้หากไม่มีครอบครัวมาก่อนก้ไม่ถือว่ากระทำผิดระเบียบตำรวจ

จากกรณีที่เกิดเป็นที่ฮือฮาเมื่อมีนายตำรวจหนุ่มนายหนึ่งในพื้นที่ จ.อยุธยา ได้มีการโพสต์ภาพการ์ดแต่งงานของตนเองที่เข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มนักธุรกิจ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนทราบชื่อนายตำรวจคนดังกล่าวคือ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง และนักธุรกิจหนุ่มคือนายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด นั้น

วันนี้ (5 พ.ค. 60) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งให้มีการตรวจสอบถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าเข้าข่ายกระทำการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่ โดยให้แล้วเสร็จใน 7 วัน

โดยเรื่องที่ให้ไปตรวจสอบนั้น ให้ไปดูว่า นายตำรวจคนดังกล่าว มีครอบครัว มีภรรยามีลูกก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีมีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่มี ก็ไม่มีอะไรดำเนินการได้ เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลป็นสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำได้

ภาพจาก amarintv

ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สั่งตรวจสอบนายตำรวจแต่งหนุ่มนักธุรกิจ ชี้หากไม่มีครอบครัวมาก่อนก้ไม่ถือว่ากระทำผิดระเบียบตำรวจ จากกรณีที่เกิดเป็นที่ฮือฮาเมื่อมีนายตำรวจหนุ่มนายหนึ่งในพื้นที่ จ.อยุธยา ได้มีการโพสต์ภาพการ์ดแต่งงานของตนเองที่เข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มนักธุรกิจ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนทราบชื่อนายตำรวจคนดังกล่าวคือ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง และนักธุรกิจหนุ่มคือนายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด นั้น วันนี้ (5 พ.ค. 60) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งให้มีการตรวจสอบถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าเข้าข่ายกระทำการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่ โดยให้แล้วเสร็จใน 7 วัน โดยเรื่องที่ให้ไปตรวจสอบนั้น ให้ไปดูว่า นายตำรวจคนดังกล่าว มีครอบครัว มีภรรยามีลูกก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีมีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่มี ก็ไม่มีอะไรดำเนินการได้ เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลป็นสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำได้ ภาพจาก amarintv

เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด เร่งล่าโจรบุกขโมยตู้บริจาคเงินของวัดศรีชุม ที่เมืองลำปาง

วันนี้(5 พ.ค.) ร.ต.อ.วิจารณ์ คำอ่อง พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบบริเวณวัดศรีชุม อ.เมืองจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นวัดชื่อดังกลางเมืองลำปาง หลังรับแจ้งว่ามีโจรบุกเข้าไปขโมยตู้บริจาคเงิน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ากล่องรับบริจาคเป็นตู้เหล็กนั้น ได้ถูกคนร้ายแอบเข้ามาขโมย ยกเอาตู้บริจาคออกไป โดยภายในกล่องนั้นมีเงินสดอยู่หลายพันบาท

ด้าน พระสุรพล ขันติสะโห พระลูกวัดศรีชุม เปิดเผยว่า โจร ได้บุกเข้ามาภายในวัดหลายครั้ง เพื่อขโมยของโดยเฉพาะตู้รับบริจาคเงิน โดยครั้งนี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนสภ.เมืองลำปาง ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะได้เร่งทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด เร่งล่าโจรบุกขโมยตู้บริจาคเงินของวัดศรีชุม ที่เมืองลำปาง วันนี้(5 พ.ค.) ร.ต.อ.วิจารณ์ คำอ่อง พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบบริเวณวัดศรีชุม อ.เมืองจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นวัดชื่อดังกลางเมืองลำปาง หลังรับแจ้งว่ามีโจรบุกเข้าไปขโมยตู้บริจาคเงิน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ากล่องรับบริจาคเป็นตู้เหล็กนั้น ได้ถูกคนร้ายแอบเข้ามาขโมย ยกเอาตู้บริจาคออกไป โดยภายในกล่องนั้นมีเงินสดอยู่หลายพันบาท ด้าน พระสุรพล ขันติสะโห พระลูกวัดศรีชุม เปิดเผยว่า โจร ได้บุกเข้ามาภายในวัดหลายครั้ง เพื่อขโมยของโดยเฉพาะตู้รับบริจาคเงิน โดยครั้งนี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนสภ.เมืองลำปาง ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะได้เร่งทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บริษัท ปตท. บางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สต./ลิตร เว้น E85 คงเดิม มีผลพรุ่งนี้ 6 พ.ค. เวลา 05.00 น.

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์ต่อลิตร เว้น E85 คงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (6 พฤษภาคม 2560) เวลา 05.00 น. ทั้งนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ ปตท.และบางจากในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 เฉพาะของ ปตท. ลิตรละ 33.46 บาท แก๊สโซฮอล 95 ลิตรละ 26.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 26.08 บาท E20 ลิตรละ 23.84บาท E85 ลิตรละ 19.54 บาท ดีเซล ลิตรละ 24.49 บาท ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด

บริษัท ปตท. บางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สต./ลิตร เว้น E85 คงเดิม มีผลพรุ่งนี้ 6 พ.ค. เวลา 05.00 น. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์ต่อลิตร เว้น E85 คงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (6 พฤษภาคม 2560) เวลา 05.00 น. ทั้งนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ ปตท.และบางจากในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 เฉพาะของ ปตท. ลิตรละ 33.46 บาท แก๊สโซฮอล 95 ลิตรละ 26.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 26.08 บาท E20 ลิตรละ 23.84บาท E85 ลิตรละ 19.54 บาท ดีเซล ลิตรละ 24.49 บาท ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด

เครื่องบินโดยสารรุ่น C919 ผลิตโดยบริษัทผลิตเครื่องบินพาณิชย์จีน ได้ทดสอบบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเคยเลื่อนกำหนดการทดสอบออกไปอย่างน้อย 2 ครั้งนับแต่ปี 2557

มีรายงานว่าเครื่องบินโดยสารรุ่น C919 ผลิตโดยบริษัทผลิตเครื่องบินพาณิชย์จีน หรือ โคแมค ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 13.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยประชาชนหลายพันคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรี พนักงานบริษัทโคแมค และตัวแทนจากบริษัทคู่ค้า ต่างมาคอยเฝ้าดูและให้กำลังใจที่ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตงในนครเซี่ยงไฮ้

สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน หรือ ซีซีทีวี รายงานก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นทำการทดสอบว่า เครื่องบินจะบินขึ้นไปทดสอบการบินที่ระดับความสูง 3,000 เมตร และใช้ความเร็วที่ระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะใช้เวลาทำการบินทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที การนำเครื่องรุ่น C919 ขึ้นทดสอบทำการบินในวันนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้าที่ต้องเลื่อนกำหนดการทดสอบออกไปอย่างน้อย 2 ครั้งนับแต่ปี 2557 เนื่องจากพบปัญหาด้านการผลิต

ขอบคุณ จส.100

เครื่องบินโดยสารรุ่น C919 ผลิตโดยบริษัทผลิตเครื่องบินพาณิชย์จีน ได้ทดสอบบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเคยเลื่อนกำหนดการทดสอบออกไปอย่างน้อย 2 ครั้งนับแต่ปี 2557 มีรายงานว่าเครื่องบินโดยสารรุ่น C919 ผลิตโดยบริษัทผลิตเครื่องบินพาณิชย์จีน หรือ โคแมค ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 13.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยประชาชนหลายพันคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรี พนักงานบริษัทโคแมค และตัวแทนจากบริษัทคู่ค้า ต่างมาคอยเฝ้าดูและให้กำลังใจที่ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตงในนครเซี่ยงไฮ้ สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน หรือ ซีซีทีวี รายงานก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นทำการทดสอบว่า เครื่องบินจะบินขึ้นไปทดสอบการบินที่ระดับความสูง 3,000 เมตร และใช้ความเร็วที่ระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะใช้เวลาทำการบินทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที การนำเครื่องรุ่น C919 ขึ้นทดสอบทำการบินในวันนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้าที่ต้องเลื่อนกำหนดการทดสอบออกไปอย่างน้อย 2 ครั้งนับแต่ปี 2557 เนื่องจากพบปัญหาด้านการผลิต ขอบคุณ จส.100

ชาวบ้าน อ.เบตง จ.ยะลา ต่างตื่นเต้นที่ได้เห็นลูกฟักขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งปลูกไว้บนแปลงผักข้างบ้าน ของ นางสีตีมีเนาะ สาเร๊ะ

นี่คือลูกฟักที่มีขนาดใหญ่ และยาวกว่า 1.5 เมตร ภายในแปลงผักของ นางสีตีมีเนาะ สาเร๊ะ ชาวบ้านกาแปะกอตอ ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา จนทำให้ชาวบ้านแถวนั้นที่รู้ข่าว ต่างตื่นเต้นและเดินทางไปดูด้วยตาของตัวเอง พร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะไม่เคยเห็นลูกฟักที่ทั้งยาว และใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

เจ้าของบ้าน บอกว่า ตนได้เมล็ดพันธ์มาจากเพื่อนชาวมาเลเซียที่เดินทางมาเยี่ยมเมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าคือเมล็ดพันธ์อะไร และเก็บไว้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นจึงนำมาหว่านลงแปลงผักข้างบ้าน เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เริ่มออกผลได้ 4 ลูก และมีขนาดยาว และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเพื่อนบ้านที่รู้ต่างแห่กันมาดู เพื่อถ่ายรูปและโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย

โดยก่อนหน้านี้ มีเพื่อนที่เดินทางมาจากพัทลุง มาขอซื้อแต่ตนไม่ขาย ให้ไปฟรีๆ จำนวน 2 ลูก เพื่อให้เพื่อนนำกลับบ้านที่พัทลุง และตนได้เก็บไว้ 2 ลูก เพื่อขยายพันธ์ต่อไป

ชาวบ้าน อ.เบตง จ.ยะลา ต่างตื่นเต้นที่ได้เห็นลูกฟักขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งปลูกไว้บนแปลงผักข้างบ้าน ของ นางสีตีมีเนาะ สาเร๊ะ นี่คือลูกฟักที่มีขนาดใหญ่ และยาวกว่า 1.5 เมตร ภายในแปลงผักของ นางสีตีมีเนาะ สาเร๊ะ ชาวบ้านกาแปะกอตอ ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา จนทำให้ชาวบ้านแถวนั้นที่รู้ข่าว ต่างตื่นเต้นและเดินทางไปดูด้วยตาของตัวเอง พร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะไม่เคยเห็นลูกฟักที่ทั้งยาว และใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เจ้าของบ้าน บอกว่า ตนได้เมล็ดพันธ์มาจากเพื่อนชาวมาเลเซียที่เดินทางมาเยี่ยมเมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าคือเมล็ดพันธ์อะไร และเก็บไว้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นจึงนำมาหว่านลงแปลงผักข้างบ้าน เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เริ่มออกผลได้ 4 ลูก และมีขนาดยาว และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเพื่อนบ้านที่รู้ต่างแห่กันมาดู เพื่อถ่ายรูปและโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย โดยก่อนหน้านี้ มีเพื่อนที่เดินทางมาจากพัทลุง มาขอซื้อแต่ตนไม่ขาย ให้ไปฟรีๆ จำนวน 2 ลูก เพื่อให้เพื่อนนำกลับบ้านที่พัทลุง และตนได้เก็บไว้ 2 ลูก เพื่อขยายพันธ์ต่อไป

กษัตริย์บาห์เรน เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

วันนี้(5 พ.ค.) เวลา 14.21 น. สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัล เคาะลีฟะห์ แห่งประเทศบาห์เรน เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นเสด็จฯ ไปยังอาคารสำนักราชเลขาธิการ ทรงพระอักษรถวายความอาลัย พร้อมทรงลงพระปรมาภิไธย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กษัตริย์บาห์เรน เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันนี้(5 พ.ค.) เวลา 14.21 น. สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัล เคาะลีฟะห์ แห่งประเทศบาห์เรน เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นเสด็จฯ ไปยังอาคารสำนักราชเลขาธิการ ทรงพระอักษรถวายความอาลัย พร้อมทรงลงพระปรมาภิไธย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

คนร้ายลักลอบเข้าตัดเศียรพระพุทธรูปอายุเก่าแก่กว่า 100ปี ก่อนเจออาถรรพ์ทิ้งเศียรพระเผ่นแน่บ ที่สวนสมเด็จย่า ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 5 พ.ค. 60 ที่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสวนสมเด็จย่า ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ด.ต.กิตติกร ดึงสุวรรณ หัวหน้าสายตรวจ ต.ท่ามะพลา รับแจ้งจาก นายลิต รื่นฤทัย รองนายกอบต.ท่ามะพลา ว่าเกิดเหตุเศียรพระพุทธรูปโบราณ ถูกตัดขาด จึงพร้อมด้วย นางสุจิตตรา พุทธิปิลันธ์ ส.อบต. นายสุทธิพันธ์ สุวรรณบัณฑิต ส.อบต. เดินทางไปตรวจสอบ

ภายในสวนสมเด็จย่า ในถ้ำเขาเงิน ในห้องโถงของถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ จำนวน 5 องค์ พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ 1 ใน5 องค์ ด้านซ้ายสุด มีสภาพเศียรขาด ส่วนเศียรพระพุทธรูปตั้งอยู่ที่ฐาน ตรวจสอบพบว่า เศียรพระพุทธรูปมีความเสียหาย ในส่วนเกศาหลุดออกจากเศียร มีร่องรอยถูกทุบ และ รอยคล้ายถูกตัดที่บริเวณคอ ทำให้กลายเป็นพระพุทธรูปเศียรขาด สร้างความสลดใจ แก่ชาวพุทธที่พบเห็นอย่างมาก

นายสุทธิพันธ์ กล่าวว่าในช่วงสายของวันนี้ได้รับแจ้งจากผู้ดูแลถ้ำว่าพบเหตุการณ์ดังกล่าวในขณะที่กำลังทำความสะอาดในบริเวณห้องโถงของถ้ำ จึงรีบแจ้งไปยัง รองนายก อบต.ท่ามะพลา สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นแก๊งลักตัดเศียรพระพุทธรูป หรือ กลุ่มวัยรุ่น ที่ลักลอบเข้ามาในช่วงดึก เพื่อจะตัดเศียรพระพุทธรูปไปขาย

โดยกลุ่มคนร้ายคาดว่าน่าจะเอาเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง แต่เมื่อตัดออกมาแล้วพบว่า เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น จึงทิ้งเศียรพระพุทธรูปไว้ ในขณะที่ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงดึกได้ยินเสียงคล้ายฟ้าผ่าที่บริเวณถ้ำ และมีเสียงรถยนต์วิ่งออกไป แต่ไมได้สนใจ เพราะช่วงนี้มีฟ้าร้องฟ้าผ่าบ่อย

สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดอาถรรพ์ในขณะที่คนร้ายกำลังจะนำเศียรพระพุทธรูปออกไป ทำให้คนร้ายทิ้งเศียรพระไว้แล้วหลบหนีไป พระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปโบราณ ที่มีการเล่าต่อๆกันมาว่า มีการสร้างไว้นาน อยู่ในถ้ำเขาเงินมานานมากกว่า100 ปี มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีผู้พบเห็นงูเหลือมขนาดใหญ่ มาพันที่ ฐานพระพุทธรูปอยู่เสมอ มีผู้เข้ากราบไหว้ อธิษฐานของพรในสิ่งต่างๆ ก็มักจะบังเกิดผลอยู่เสมออีกทั้งเคยมีคนร้ายเข้ามาพยายามจะขโมยพระพุทธรูปในถ้ำดังกล่าวมาหลายครั้ง ในบางครั้งมีร่องรอยการทุบองค์พระพุทธรูปว่าเนื้อในเป็นทองคำ หรือทองเหลือง แต่มักเกิดอาถรรพ์ จนคนร้ายต้องล่าถอยไปทุกครั้ง

ในขณะที่ ถ้ำเขาเงินเป็นถ้ำมีมีการค้นพบมานานหลายร้อยปี เป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณ มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำดังกล่าวตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ที่ผนังถ้ำเขาเงิน มีรอยจารึก จปร.108 ครั้งเสด็จประพาส ของ ในหลวงรัชกาลที่ 5 เมื่อร้อยกว่าปีก่อนด้วย ด้านหน้าถ้ำยังเจดีย์โบราณ ที่สร้างโดย ในหลวงรัชกาลที่ 5 อีกทั้ง รัชกาลที่5 ยังเสด็จประทับที่ถ้ำเขาเงินถึง 2 ครั้ง ในรัชสมัยของพระองค์ จนได้รับการสร้างเป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสวนที่ 12 ของประเทศและ สวนสมเด็จย่าสวนสุดท้าย ปัจจุบันอยู่ในการดูแล ของ อบจ.ชุมพร และ อบต.ท่ามะพลา คณะของ อบต.ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อดำเนินการต่อไป

คนร้ายลักลอบเข้าตัดเศียรพระพุทธรูปอายุเก่าแก่กว่า 100ปี ก่อนเจออาถรรพ์ทิ้งเศียรพระเผ่นแน่บ ที่สวนสมเด็จย่า ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 5 พ.ค. 60 ที่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสวนสมเด็จย่า ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ด.ต.กิตติกร ดึงสุวรรณ หัวหน้าสายตรวจ ต.ท่ามะพลา รับแจ้งจาก นายลิต รื่นฤทัย รองนายกอบต.ท่ามะพลา ว่าเกิดเหตุเศียรพระพุทธรูปโบราณ ถูกตัดขาด จึงพร้อมด้วย นางสุจิตตรา พุทธิปิลันธ์ ส.อบต. นายสุทธิพันธ์ สุวรรณบัณฑิต ส.อบต. เดินทางไปตรวจสอบ ภายในสวนสมเด็จย่า ในถ้ำเขาเงิน ในห้องโถงของถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ จำนวน 5 องค์ พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ 1 ใน5 องค์ ด้านซ้ายสุด มีสภาพเศียรขาด ส่วนเศียรพระพุทธรูปตั้งอยู่ที่ฐาน ตรวจสอบพบว่า เศียรพระพุทธรูปมีความเสียหาย ในส่วนเกศาหลุดออกจากเศียร มีร่องรอยถูกทุบ และ รอยคล้ายถูกตัดที่บริเวณคอ ทำให้กลายเป็นพระพุทธรูปเศียรขาด สร้างความสลดใจ แก่ชาวพุทธที่พบเห็นอย่างมาก นายสุทธิพันธ์ กล่าวว่าในช่วงสายของวันนี้ได้รับแจ้งจากผู้ดูแลถ้ำว่าพบเหตุการณ์ดังกล่าวในขณะที่กำลังทำความสะอาดในบริเวณห้องโถงของถ้ำ จึงรีบแจ้งไปยัง รองนายก อบต.ท่ามะพลา สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นแก๊งลักตัดเศียรพระพุทธรูป หรือ กลุ่มวัยรุ่น ที่ลักลอบเข้ามาในช่วงดึก เพื่อจะตัดเศียรพระพุทธรูปไปขาย โดยกลุ่มคนร้ายคาดว่าน่าจะเอาเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง แต่เมื่อตัดออกมาแล้วพบว่า เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น จึงทิ้งเศียรพระพุทธรูปไว้ ในขณะที่ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงดึกได้ยินเสียงคล้ายฟ้าผ่าที่บริเวณถ้ำ และมีเสียงรถยนต์วิ่งออกไป แต่ไมได้สนใจ เพราะช่วงนี้มีฟ้าร้องฟ้าผ่าบ่อย สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดอาถรรพ์ในขณะที่คนร้ายกำลังจะนำเศียรพระพุทธรูปออกไป ทำให้คนร้ายทิ้งเศียรพระไว้แล้วหลบหนีไป พระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปโบราณ ที่มีการเล่าต่อๆกันมาว่า มีการสร้างไว้นาน อยู่ในถ้ำเขาเงินมานานมากกว่า100 ปี มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีผู้พบเห็นงูเหลือมขนาดใหญ่ มาพันที่ ฐานพระพุทธรูปอยู่เสมอ มีผู้เข้ากราบไหว้ อธิษฐานของพรในสิ่งต่างๆ ก็มักจะบังเกิดผลอยู่เสมออีกทั้งเคยมีคนร้ายเข้ามาพยายามจะขโมยพระพุทธรูปในถ้ำดังกล่าวมาหลายครั้ง ในบางครั้งมีร่องรอยการทุบองค์พระพุทธรูปว่าเนื้อในเป็นทองคำ หรือทองเหลือง แต่มักเกิดอาถรรพ์ จนคนร้ายต้องล่าถอยไปทุกครั้ง ในขณะที่ ถ้ำเขาเงินเป็นถ้ำมีมีการค้นพบมานานหลายร้อยปี เป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณ มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำดังกล่าวตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ที่ผนังถ้ำเขาเงิน มีรอยจารึก จปร.108 ครั้งเสด็จประพาส ของ ในหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อร้อยกว่าปีก่อนด้วย ด้านหน้าถ้ำยังเจดีย์โบราณ ที่สร้างโดย ในหลวงรัชกาลที่ 5 อีกทั้ง รัชกาลที่5 ยังเสด็จประทับที่ถ้ำเขาเงินถึง 2 ครั้ง ในรัชสมัยของพระองค์ จนได้รับการสร้างเป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสวนที่ 12 ของประเทศและ สวนสมเด็จย่าสวนสุดท้าย ปัจจุบันอยู่ในการดูแล ของ อบจ.ชุมพร และ อบต.ท่ามะพลา คณะของ อบต.ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อดำเนินการต่อไป

"วิษณุ"ให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดทั้ง 5 วัน ยังไม่พิจารณาวันหยุดเพิ่มเติม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม นี้ ว่า ตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วันจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง

ขณะที่การกำหนดวันหยุดนั้น รัฐบาลยังไม่มีการกำหนดวันหยุดเพิ่มเพราะถือว่ายังเร็วไป หากจะหยุดกันมากหลาย ๆ วันก็ถือเป็นเรื่องลำบากเพราะจะทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพ แต่ถ้าไม่กำหนดวันหยุดเพื่อไม่ให้คนหลั่งไหลเข้ามาก็จะถือเป็นการกระทบกระเทือนหัวใจคนไทยที่อยากมาร่วมในพระราชพิธี รัฐบาลจึงต้องคิดอะไรที่มีความสมควร ซึ่งความพอเหมาะพอควรก็วัดจากการประเมินตามลำดับไป

ส่วนจะแนวโน้มจะประกาศให้วันที่ 25 ตุลาคม และวันที่ 27 ตุลาคม เป็นวันหยุดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนยังตอบไม่ถูก เพราะถ้าหยุดวันที่ 25 ตุลาคม ด้วยก็จะเป็นการหยุดหลายวันจนเกินไปทำให้ปิดหัวปิดท้ายกลายเป็นอยู่ 9 -10 วัน

"วิษณุ"ให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดทั้ง 5 วัน ยังไม่พิจารณาวันหยุดเพิ่มเติม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม นี้ ว่า ตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วันจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ขณะที่การกำหนดวันหยุดนั้น รัฐบาลยังไม่มีการกำหนดวันหยุดเพิ่มเพราะถือว่ายังเร็วไป หากจะหยุดกันมากหลาย ๆ วันก็ถือเป็นเรื่องลำบากเพราะจะทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพ แต่ถ้าไม่กำหนดวันหยุดเพื่อไม่ให้คนหลั่งไหลเข้ามาก็จะถือเป็นการกระทบกระเทือนหัวใจคนไทยที่อยากมาร่วมในพระราชพิธี รัฐบาลจึงต้องคิดอะไรที่มีความสมควร ซึ่งความพอเหมาะพอควรก็วัดจากการประเมินตามลำดับไป ส่วนจะแนวโน้มจะประกาศให้วันที่ 25 ตุลาคม และวันที่ 27 ตุลาคม เป็นวันหยุดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนยังตอบไม่ถูก เพราะถ้าหยุดวันที่ 25 ตุลาคม ด้วยก็จะเป็นการหยุดหลายวันจนเกินไปทำให้ปิดหัวปิดท้ายกลายเป็นอยู่ 9 -10 วัน

พายุฤดูร้อนถล่มหลายหมู่บ้าน ใน จ.ชัยภูมิ บ้านเรือน – เสาไฟฟ้า – รถยนต์พังอื้อ คาดหนักสุดรอบ 50 ปี

เกิดพายุฤดูร้อน มีฝนตกและลูกเห็บขนาดใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่ตก ใน จ.ชัยภูมิ เป็นรอบที่ 2 โดยที่ อ.บำเหน็จณรงค์ บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 100 หลัง เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่หักโค่นได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากกว่า 40 ต้น และล้มทับรถยนต์ของประชาชนเสียหายอีกหลายคัน

ล่าสุด นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ ได้นำคณะฝ่ายปกครองลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร เสียหาย จากเหตุวาตภัย ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่บริเวณถนนสุรนารายณ์-ชัยภูมิ เส้นระหว่าง ต.บ้านเพชร ไป ต.โคกเริงลม ที่หักไม่น้อยกว่า 20 ต้น รวมทั้งในจุดในหมู่บ้านตำบลใกล้เคียงเสาไฟฟ้าล้มอีกจำนวนมากไม่น้อยกว่า 30 ต้น จึงทำให้ในหลายตำบลของ อ.บำเหน็จณรงค์ ไฟฟ้าถูกตัดขาดยังใช้การไม่ได้

นอกจากนี้เสาไฟฟ้ายังล้มทับบ้านเรือนของประชาชน และทับรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมากกว่า 10 คัน ซึ่งทางอำเภอ จะได้เร่งออกสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป และในช่วงนี้ จ.ชัยภูมิ จะสภาพอากาศในพื้นที่ ยังคงแปรปรวน จนอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฤดูร้อนช่วงตอนบ่ายถึงค่ำ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้นด้วย

พายุฤดูร้อนถล่มหลายหมู่บ้าน ใน จ.ชัยภูมิ บ้านเรือน – เสาไฟฟ้า – รถยนต์พังอื้อ คาดหนักสุดรอบ 50 ปี เกิดพายุฤดูร้อน มีฝนตกและลูกเห็บขนาดใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่ตก ใน จ.ชัยภูมิ เป็นรอบที่ 2 โดยที่ อ.บำเหน็จณรงค์ บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 100 หลัง เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่หักโค่นได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากกว่า 40 ต้น และล้มทับรถยนต์ของประชาชนเสียหายอีกหลายคัน ล่าสุด นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ ได้นำคณะฝ่ายปกครองลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร เสียหาย จากเหตุวาตภัย ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่บริเวณถนนสุรนารายณ์-ชัยภูมิ เส้นระหว่าง ต.บ้านเพชร ไป ต.โคกเริงลม ที่หักไม่น้อยกว่า 20 ต้น รวมทั้งในจุดในหมู่บ้านตำบลใกล้เคียงเสาไฟฟ้าล้มอีกจำนวนมากไม่น้อยกว่า 30 ต้น จึงทำให้ในหลายตำบลของ อ.บำเหน็จณรงค์ ไฟฟ้าถูกตัดขาดยังใช้การไม่ได้ นอกจากนี้เสาไฟฟ้ายังล้มทับบ้านเรือนของประชาชน และทับรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมากกว่า 10 คัน ซึ่งทางอำเภอ จะได้เร่งออกสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป และในช่วงนี้ จ.ชัยภูมิ จะสภาพอากาศในพื้นที่ ยังคงแปรปรวน จนอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฤดูร้อนช่วงตอนบ่ายถึงค่ำ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้นด้วย

พบน้ำตกแห่งใหม่ของตรัง มีรากไม้กลายเป็นหิน ผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งของจังหวัด 

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า นายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกว่า 10 คน นำผู้สื่อข่าวชมน้ำตกแห่งใหม่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและยังไม่มีการตั้งชื่อ ซึ่งอยู่กลางขุนเขา บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง

โดยสภาพสองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้หายาก สีสันแปลกตาและมีความสวยงามตามธรรมชาติ เช่น ต้นค้างคาวดำ(นางครวญ) ต้นใบไม้สีเงิน ดอกบัวผุด ขนุนดิน ไม้มะค่า ไม้พยุงและไม้จันทน์อื่น ๆ ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึงน้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งสูงที่สุดและกว้างที่สุด โดยพบรากไม้ใหญ่บนน้ำตกกลายเป็นหินความสูงเกือบ 3 เมตร ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังพบนกแต้วแร้วท้องดำ เม่น ชะมด ค้างแว่นและกล้วยไม้ป่าหายากนานาชนิดด้วย โดยผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใน อำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง และให้มีการประกวดตั้งชื่อน้ำตกแห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชม รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในหมู่บ้าน ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าและพรรณไม้หายากหลากชนิด และยังสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง

โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและลงเล่นน้ำมากที่สุด ส่วนใครที่ชอบชมสัตว์ป่าหายากต้องไปพักค้างคืนใกล้กับน้ำตก จึงจะเห็นสัตว์ป่าหากยากออกมาหากิน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.หมู่บ้าน และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยสามารถติดต่อท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้ที่ผู้ใหญ่บ้านหมายเลขโทรศัพท์ 087-2924871

น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง
น้ำตก, ข่าวจังหวัดตรัง

พบน้ำตกแห่งใหม่ของตรัง มีรากไม้กลายเป็นหิน ผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งของจังหวัด วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า นายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกว่า 10 คน นำผู้สื่อข่าวชมน้ำตกแห่งใหม่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและยังไม่มีการตั้งชื่อ ซึ่งอยู่กลางขุนเขา บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง โดยสภาพสองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้หายาก สีสันแปลกตาและมีความสวยงามตามธรรมชาติ เช่น ต้นค้างคาวดำ(นางครวญ) ต้นใบไม้สีเงิน ดอกบัวผุด ขนุนดิน ไม้มะค่า ไม้พยุงและไม้จันทน์อื่น ๆ ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึงน้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งสูงที่สุดและกว้างที่สุด โดยพบรากไม้ใหญ่บนน้ำตกกลายเป็นหินความสูงเกือบ 3 เมตร ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบนกแต้วแร้วท้องดำ เม่น ชะมด ค้างแว่นและกล้วยไม้ป่าหายากนานาชนิดด้วย โดยผู้นำชุมชนเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใน อำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง และให้มีการประกวดตั้งชื่อน้ำตกแห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชม รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในหมู่บ้าน ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าและพรรณไม้หายากหลากชนิด และยังสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและลงเล่นน้ำมากที่สุด ส่วนใครที่ชอบชมสัตว์ป่าหายากต้องไปพักค้างคืนใกล้กับน้ำตก จึงจะเห็นสัตว์ป่าหากยากออกมาหากิน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.หมู่บ้าน และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยสามารถติดต่อท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้ที่ผู้ใหญ่บ้านหมายเลขโทรศัพท์ 087-2924871