คลิปอีกมุมเผยรถจักรยานยนต์โจ๋วัย 18 พุ่งชนรถดีเจ เชา เชา จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ด้านแม่ยันลูกคนดี วอนสังคมอย่าว่าลูกเป็นเด็กแว้น 

วานนี้ (5 พ.ค. 60) โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปอีกมุมนาทีเกิดอุบัติเหตุนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจเชาเชา ขับรถชนนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี เสียชีวิต บริเวณถนนตัดใหม่วัชรพลสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพก่อนและหลังเกิดเหตุ

ดีเจ เชาเชา, เด็กแว้น, ข่าวอุบัติเหตุ,

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้มีการรวมตัวกันบริเวณใต้สะพานจำนวนหลาย 10 คัน ช่วงเวลา 00.18.24 วินาที วันที่27 เมย.ย ต่อมาเวลาไม่นานรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งอยู่ในเลนซ้ายสุด ได้ขับขี่ไปยังเลนขาวสุดซึ่งเป็นเลนที่รถของนายชวลิต ขับมา ทำให้ไม่สามารถเบรคได้ทันทีจึงเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิต

จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่เหลือก็ได้หลบหนีไปตามซอยต่าง ๆ ทั้งนี้จากคำให้การของพยานเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีวัยรุ่นอีกกลุ่มอยู่บนสะพานแล้วปาก้อนหินใส่กลุ่มตน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลใดอยู่บนสะพานดังกล่าว

ขณะที่ นางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี มารดาของนายจิรภาษ ธงอาษา หรือ น้องเบลล์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV วอนสังคมอย่าโจมตีลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ตาย ว่าเป็นเด็กแว้น ยันลูกชายเป็นเด็กดี ทำงานส่งน้องอีกคนเรียนหนังสือ และรถที่ถูกชนก็เป็นคันที่ทำงานเก็บเงินซื้อเอง

คลิป อีกมุมเผยรถจักรยานยนต์โจ๋วัย 18 พุ่งชนรถดีเจ เชา เชา จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ด้านแม่ยันลูกคนดี วอนสังคมอย่าว่าลูกเป็นเด็กแว้น วานนี้ (5 พ.ค. 60) โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปอีกมุมนาทีเกิดอุบัติเหตุนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจเชาเชา ขับรถชนนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี เสียชีวิต บริเวณถนนตัดใหม่วัชรพลสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพก่อนและหลังเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้มีการรวมตัวกันบริเวณใต้สะพานจำนวนหลาย 10 คัน ช่วงเวลา 00.18.24 วินาที วันที่27 เมย.ย ต่อมาเวลาไม่นานรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งอยู่ในเลนซ้ายสุด ได้ขับขี่ไปยังเลนขาวสุดซึ่งเป็นเลนที่รถของนายชวลิต ขับมา ทำให้ไม่สามารถเบรคได้ทันทีจึงเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิต จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่เหลือก็ได้หลบหนีไปตามซอยต่าง ๆ ทั้งนี้จากคำให้การของพยานเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีวัยรุ่นอีกกลุ่มอยู่บนสะพานแล้วปาก้อนหินใส่กลุ่มตน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลใดอยู่บนสะพานดังกล่าว ขณะที่ นางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี มารดาของนายจิรภาษ ธงอาษา หรือ น้องเบลล์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV วอนสังคมอย่าโจมตีลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ตาย ว่าเป็นเด็กแว้น ยันลูกชายเป็นเด็กดี ทำงานส่งน้องอีกคนเรียนหนังสือ และรถที่ถูกชนก็เป็นคันที่ทำงานเก็บเงินซื้อเอง

ชาวเน็ตแชร์จวกยับ! คลิปแฉหนุ่มสาวทำท่าคล้ายมีเซ็กส์ บนตุ๊กตุ๊ก ในถนนหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต

วันนี้(6 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sornchai Uadsree ซึ่งได้เผยภาพเหตุการณ์บนรถตุ๊กตุ๊กคันสีแดง กำลังวิ่งอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเส้นทางริมหาดกะรน บนรถคันดังกล่าวมีหนุ่มสาวชาวต่างชาติมีลักษณะทำสยิวกัน ขณะที่รถกำลังวิ่ง โดยฝ่ายชายนั่งบนเก้าอี้ผู้โดยสารฝั่งขวา ส่วนหญิงสาวนั่งทับบนตักและยกขาสองข้างขี้นจรดหลังคารถ และใช้มือสองข้างคำไว้บนเก้าอี้อีกฝั่ง พร้อมโยกตัวไปมา โดยไม่แคร์ว่ามีรถกำลังวิ่งตาม ซึ่งมองเห็นภาพชัดเจน ก่อนที่รถตุ๊กตุ๊กจะเลี้ยวเข้าซอยซ้ายมือ โดยข้อความระบุว่า

รอให้ถึงโรงแรมก่อนดีไหม มันอยากถึงขนาดนี้เลยเหรอ

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรถคันดังกล่าว ว่าปล่อยให้ผู้โดยสารทำอย่างนั้นได้อย่างไร และติดตามชายหญิงดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมาย โดยคาดว่าผู้ชายน่าจะเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนผู้หญิงคาดว่าจะเป็นสาวไทยหญิงขายบริการ ย่านหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

ชมคลิป

ชาวเน็ตแชร์จวกยับ! คลิป แฉหนุ่มสาวทำท่าคล้ายมีเซ็กส์ บนตุ๊กตุ๊ก ในถนนหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต วันนี้(6 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sornchai Uadsree ซึ่งได้เผยภาพเหตุการณ์บนรถตุ๊กตุ๊กคันสีแดง กำลังวิ่งอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเส้นทางริมหาดกะรน บนรถคันดังกล่าวมีหนุ่มสาวชาวต่างชาติมีลักษณะทำสยิวกัน ขณะที่รถกำลังวิ่ง โดยฝ่ายชายนั่งบนเก้าอี้ผู้โดยสารฝั่งขวา ส่วนหญิงสาวนั่งทับบนตักและยกขาสองข้างขี้นจรดหลังคารถ และใช้มือสองข้างคำไว้บนเก้าอี้อีกฝั่ง พร้อมโยกตัวไปมา โดยไม่แคร์ว่ามีรถกำลังวิ่งตาม ซึ่งมองเห็นภาพชัดเจน ก่อนที่รถตุ๊กตุ๊กจะเลี้ยวเข้าซอยซ้ายมือ โดยข้อความระบุว่า รอให้ถึงโรงแรมก่อนดีไหม มันอยากถึงขนาดนี้เลยเหรอ หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรถคันดังกล่าว ว่าปล่อยให้ผู้โดยสารทำอย่างนั้นได้อย่างไร และติดตามชายหญิงดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมาย โดยคาดว่าผู้ชายน่าจะเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนผู้หญิงคาดว่าจะเป็นสาวไทยหญิงขายบริการ ย่านหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ชมคลิป

ทางการฝรั่งเศสประกาศ เตือนความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยกระจายทั่วทั้งในและรอบๆกรุงปารีส ในช่วงการรณรงค์หาเสียงลงเลือกตั้งวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีในรอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังมีผู้ต้องสงสัย อิสลามหัวรุนแรง ที่มีอาวุธและสาบานภักดีต่ออิสลาม ถูกจับได้ทางตอนเหนือของเมืองหลวงฝรั่งเศส และมีนักกิจกรรมกลุ่มกรีนพีซ ขึ้นแขวนป้าย ข้อความทางการเมือง ที่หอไอเฟลท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เป็นเหตุให้มีการประชุมตำรวจฉุกเฉินเกิดขึ้น

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รอบที่ 2 ที่เป็นการชิงกันระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครอง และ นางมารีน เลอ ปอง จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยการสำรวจ ความเห็นของประชาชนชี้ให้เห็นว่า นายมาครอง มีคะแนนนำอยู่มากกว่าร้อยละ 20

ทางการฝรั่งเศสประกาศ เตือนความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยกระจายทั่วทั้งในและรอบๆกรุงปารีส ในช่วงการรณรงค์หาเสียงลงเลือกตั้งวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีในรอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังมีผู้ต้องสงสัย อิสลามหัวรุนแรง ที่มีอาวุธและสาบานภักดีต่ออิสลาม ถูกจับได้ทางตอนเหนือของเมืองหลวงฝรั่งเศส และมีนักกิจกรรมกลุ่มกรีนพีซ ขึ้นแขวนป้าย ข้อความทางการเมือง ที่หอไอเฟลท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เป็นเหตุให้มีการประชุมตำรวจฉุกเฉินเกิดขึ้น สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส รอบที่ 2 ที่เป็นการชิงกันระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครอง และ นางมารีน เลอ ปอง จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยการสำรวจ ความเห็นของประชาชนชี้ให้เห็นว่า นายมาครอง มีคะแนนนำอยู่มากกว่าร้อยละ 20

"นิสา นางฟ้า" นอนคุก! หลังศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เจ้าตัวโพสต์เฟสบุ๊กโวยตำรวจยศสารวัตร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ลั่นสู้หลังชนฝา

จากกรณี น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ "นิสา นางฟ้า" อายุ 41 ปี สาวเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดัง หลังโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่าถูกตำรวจยัดข้อกล่าวหา ทำให้ตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมกับสั่งย้ายเข้ากรุ

จนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จับกุมตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ในคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อกล่าวหาหนัก ก่อนตำรวจจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อีกทั้ง ยังถูกการคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ตลอดทั้งวันทางญาติได้ยื่นเรื่องพร้อมกับหลักทรัพย์เพื่อขอการประกันตัว แต่ต้องถึงกับผิดหวังเพราะว่าเบื้องต้นศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำเอา น.ส.ปะระนิสา คอตก ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา

สำหรับความเคลื่อนไหวเฟสบุ๊กส่วนตัว น.ส.ปะระนิสา ชื่อ "นิสา นางฟ้าเจ้าค่ะ" ได้โพสต์ข้อความทำนองต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่ง ซึ่งไม่ระบุชื่อ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวถูกกลั่นแกล้ง และยืนยันว่าจะต่อสู้กับคดีนี้ให้ถึงที่สุด ก่อนจะมีบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายเข้ามาแห่ให้กำลังใจกันจำนวนมาก…

"นิสา นางฟ้า" นอนคุก! หลังศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เจ้าตัวโพสต์เฟสบุ๊กโวยตำรวจยศสารวัตร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ลั่นสู้หลังชนฝา จากกรณี น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ "นิสา นางฟ้า" อายุ 41 ปี สาวเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดัง หลังโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่าถูกตำรวจยัดข้อกล่าวหา ทำให้ตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมกับสั่งย้ายเข้ากรุ จนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จับกุมตามหมายศาลจังหวัดพัทยา ในคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อกล่าวหาหนัก ก่อนตำรวจจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อีกทั้ง ยังถูกการคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ปะระนิสา หรือ "นิสา นางฟ้า" ส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ตลอดทั้งวันทางญาติได้ยื่นเรื่องพร้อมกับหลักทรัพย์เพื่อขอการประกันตัว แต่ต้องถึงกับผิดหวังเพราะว่าเบื้องต้นศาลจังหวัดพัทยาไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำเอา น.ส.ปะระนิสา คอตก ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา สำหรับความเคลื่อนไหวเฟสบุ๊กส่วนตัว น.ส.ปะระนิสา ชื่อ "นิสา นางฟ้าเจ้าค่ะ" ได้โพสต์ข้อความทำนองต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่ง ซึ่งไม่ระบุชื่อ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวถูกกลั่นแกล้ง และยืนยันว่าจะต่อสู้กับคดีนี้ให้ถึงที่สุด ก่อนจะมีบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายเข้ามาแห่ให้กำลังใจกันจำนวนมาก…

หลังจากมีกระแสข่าวที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์กรณีที่มีตำรวจหนุ่มชื่อว่า ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง ประกาศแต่งงานกับผู้ชายคือ นายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งงานวิวาห์จะมีขึ้นในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ตามประเพณีที่บ้าน ใน อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดโดยได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเข้าร่วมเป็นสักขีพยานไปก่อนหน้านี้

โดยหลังจากนั้น ได้มีการเผยแพร่หนังสือคำสั่งของพ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าง ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม ว่าเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน หรือการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่

ล่าสุด (5 พ.ค.) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ได้เปิดเผยว่า ตนได้มีคำสั่งให้ทางพ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ ที่มีข่าวหนุ่มเจ้าของธุรกิจมาขอแต่งงาน โดยจะมีการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการบังคับว่าห้ามแต่งงาน เนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนบุคคลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปลดออกจากการเป็นตำรวจอย่างแน่นอน ส่วนที่ให้ผู้กำกับซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่า ส.ต.ต.ธนเดช นั้นมีครอบครัว มีภรรยามีลูก หรือไม่ก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่ว่ามีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

หลังจากมีกระแสข่าวที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์กรณีที่มีตำรวจหนุ่มชื่อว่า ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ หรือ หนึ่ง ประกาศแต่งงานกับผู้ชายคือ นายณัฐวุฒิ สานนท์ หรือ นัด ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งงานวิวาห์จะมีขึ้นในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ตามประเพณีที่บ้าน ใน อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดโดยได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเข้าร่วมเป็นสักขีพยานไปก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนั้น ได้มีการเผยแพร่หนังสือคำสั่งของพ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ปฏิบัติหน้าที่แทน ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าง ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม ว่าเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน หรือการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ ล่าสุด (5 พ.ค.) พ.ต.อ.ธนศักดิ์ ปานแย้ม ได้เปิดเผยว่า ตนได้มีคำสั่งให้ทางพ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ ที่มีข่าวหนุ่มเจ้าของธุรกิจมาขอแต่งงาน โดยจะมีการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อระเบียบวินัยข้อบังคับ และประมวลจริยธรรมอันดีงามของข้าราชการตำรวจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการบังคับว่าห้ามแต่งงาน เนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนบุคคลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปลดออกจากการเป็นตำรวจอย่างแน่นอน ส่วนที่ให้ผู้กำกับซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่า ส.ต.ต.ธนเดช นั้นมีครอบครัว มีภรรยามีลูก หรือไม่ก่อนที่จะไปแต่งงานใหม่ว่ามีการหย่าร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น

โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ

ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป


วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน 

วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล

ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง

เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปรับ 500 ลูกจ้างเรือนำเที่ยว รับวางปลาดาวบนหัวนักท่องเที่ยวก่อนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 3 เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง นำตัวนายเอกวัฒน์ หัสสาคร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มารับทราบข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไปหรือทำประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง สืบทราบว่านายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนนำปลาดาวและปลิงทะเลมาให้นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพ และนายเอกวัฒน์ฯ เป็นคนแนะนำให้วางบนศีรษะเพื่อจะได้มีสีสัน ก่อนที่นายเอกวัฒน์ จะเป็นคนถ่ายภาพให้จากนั้นจึงนำปลาดาวและปลิงปล่อยคืนสู่ทะเล ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ohaee Nutha นำภาพดังกล่าวไปโพสต์ โดยมีปลิงทะเลและปลาดาวรวม 4 ตัว อยู่ด้านหลัง โดยเหตุเกิดที่เกาะมุกด์ อ.กันตัง จ .ตรัง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ความพยายามในการตามหาเจ้าของเรือจากภาพดังกล่าวที่เห็นบนเฟสบุ๊ค เนื่องจากปลาดาวทะเลสีส้มหัวสีดำนั้นจะพบมากเฉพาะบริเวณเกาะมุกด์ จ.ตรังเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ฯ ใช้เวลาตามหาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ (5 พ.ค.) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็พบว่าเป็นเรือโชควิมล ทัวร์ และสืบทราบต่อมาว่า นายเอกวัฒน์ เป็นลูกจ้างประจำเรือลำดังกล่าวในวันเกิดเหตุ ซึ่งนายเอกวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้ทำให้ปลาดาวหรือปลิงทะเลตายแต่อย่างใด เพราะเมื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นซึ่งทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี 4-5 คนเสร็จแล้ว ก็ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที และปลาดาวก็ยังไม่ตาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่าเป็นความเสียหายเล็กน้อยจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสดจำนวน 500 บาท ซึ่งนายเอกวัฒน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนและเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ตนจะจดจำไปจนวันตายและขอให้นักท่องเที่ยวอย่าได้กระทำแบบเดียวกับตนอีก โดยยอมรับว่าเป็นคนนำปลาดาวขึ้นมาจากทะเลขณะที่น้ำลงและให้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่รู้จักชื่อนามสกุลวางบนศีรษะ เพื่อถ่ายภาพแล้วจะได้เกิดความสวยงาม สมจริง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นรู้ว่าท้องทะเลตรังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นคนอาสาถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเองด้วย ซึ่งหลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือแล้วจึงรู้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ่าวนาง จ.กระบี่และมีการโพสภาพลงเฟสบุ๊คในภายหลัง ซึ่งตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันไม่มีเจตนา แต่กระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็รีบปล่อยลงน้ำไปทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนของตนเอง และอยากจะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ไปท่องเที่ยวทางทะเลอย่าจับสัตว์ทะเลขึ้นมาถ่ายภาพ หรือเก็บกลับบ้าน เพราะจะผิดกฎหมาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ ด้านนายอนุเชษฐ์ สงฆ์นวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เกาะกระดานกล่าวว่า พบผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว 2 ราย โดยก่อนหน้านี้พบที่เกาะเชือกไกด์นำเที่ยวจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายภาพ ซึ่งปกติคนเรือในพื้นที่จะรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ โดยกรณีหลังสุดนี้ ได้ติดตามจนพบว่าเป็นนายเอกวัฒน์ซึ่งเป็นคนประจำเรือลำดังกล่าว จึงสอบถาม ซึ่งนายเอกวัฒน์ก็ยอมรับผิดในทันที เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊คได้ แต่อยากให้ผู้หญิงในภาพออกมาแสดงตัว เนื่องจากมีความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะต้องติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันต่อไป วิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหางยาวโพสต์โชว์โลกออนไลน์ ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลชายฝั่งฯ เผย อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Ohaee Nutcha" ได้โพสต์ภาพหญิงสาวนั่งอยู่บนเรือหางยาว และจับปลาดาวทะเลขนาดใหญ่มาไว้บนเรือ อีกทั้งด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก 4 ตัว ปลิงทะเลอีก 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีภาพขณะเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ซึ่งในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ทั้งนี้ หลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ต่างมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับปลาดาวขึ้นมานานๆ เป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ ควรจะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล ด้าน นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุกในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเช็คอินที่อ่านาง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป โดยจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะประสานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตาม แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ได้แคบหน้าเฟซบุ๊คไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก 1 คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน และหากกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนหนังสือเดินทางของ "วรยุทธ อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจแล้ว

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ ผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ปี 2548

ขอบคุณ  bangkokbiznews

กระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนหนังสือเดินทางของ "วรยุทธ อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจแล้ว น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ ผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ปี 2548 ขอบคุณ  bangkokbiznews