เปิดตัวตน ดัง พันกร ไม่เปลือก ไม่ปลอม! อย่าแคร์รูปลักษณ์ภายนอก(ชมคลิป),เปิดตัวตน ดัง พันกร ไม่เปลือก ไม่ปลอม! อย่าแคร์รูปลักษณ์ภายนอก(ชมคลิป)

18 ปีที่แล้ว ทุกคนได้ฮือฮากับเพลงของเด็กหนุ่มมาดกวนที่มาพร้อมน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ วันเวลาหมุนผ่านอะไรหลายๆ อย่างมีความเปลี่ยนแปลง เด็กหนุ่มคนนั้นเติบโตขึ้นบนเสียงทางดนตรี กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของค่ายของตัวเอง ทำหลายๆ สิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแก่นแท้ของเขาจริงๆ วันนี้ ดัง พันกร บุญยะจินดา ขยับไปอีกขั้นกับการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก บอย ทู เมน พร้อมกับตัวตนของเขาที่ชัดเจนขึ้นไปอีกสเต็ป

ตัวต้นในแบบของ ดัง เป็นตัวของตัวเอง

"ซิงเกิ้ลใหม่ก็เป็นซิงเกิ้ลที่พิเศษไม่ได้มากัดจิกแล้ว แต่ได้มีโอกาสร่วมงานกับบอย ทู เมนศิลปินระดับโลกที่เราเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราได้โคจรมาเจอเขาเป็นอะไรที่น่าทึ้งมากสำหรับตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันที่จะได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงกับเขา ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 18 ปีดังและ 30 ปีบอยทูเมน ดังเข้ามาในวงการ 18 ปีแล้วนะก็เลยนึกอยากทำเพลงอะไรที่เป็นความหมายของความรักในทางบวกบ้างเป็นเพลงความหมายดีๆ บ้างเพื่อให้แฟนคลับที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่ออกอัลบั้มแรกจึงเป็นที่มาของเพลงรัก"

ดังไปร่วมงานกับบอย ทู เมนได้ยังไง
"คือบอยทูเมนเขาใหญ่มากอยู่แล้วเราไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสที่จะโทรไปชวนมาทำงานกันนะ ดังคงไม่กล้าคิดไปถึงขนาดนั้น อันนี้เป็นด้วยโชคชะตา ความบังเอิญและจังหวะเวลาหลายๆ อย่างช่วงนั้นเขามาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยแล้วดังก็ได้รับโทรศัพท์จากที ทีวงขันทีน่ะครับ ที่โทรมาหาดังบอกว่ารู้จักบอยทูเมนหรือเปล่าครับ ดังก็รีบบอกรู้จักสิ เราก็นึกว่าเขาชวนให้ไปดูคอนเสิร์ตกันอะไรอย่างนี้ แต่เปล่าอยู่ๆ ทีก็ถามว่าอยากร่วมงานกับเขามั้ย โหบอยทูเมนเลยเหรอ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะเอาแค่ศิลปินในเมืองไทยบางคนเราได้ร่วมงานกับเขา เราก็รู้สึกมีความสุขแล้วแต่นี่บอยทูเมนเลยและเขาระดับเคยฟิเจอริ่งกับ Mariah Carey, Justin Bieber แต่อยู่ๆ เขาจะฟิเจอริ่งกับเรา เราก็เลยตกลงทันที ทีเลยให้ไปคุยเลยอันนี้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของดังมาก"

เขาเห็นผลงานของเราเหรอคะถึงเลือกเรา
"คิดว่าเขาคงมีการรีเสิร์ชมาบ้างแล้วเขาก็เรียกไปคุย เราก็ไปคุยกับผู้จัดการของเขาที่โรงแรมที่เข้าพักคือโรงแรมดุสิตก็ได้นั่งคุยกับผู้จัดการเขาก่อนว่าอะไรยังไง คุยกันแล้วก็รู้สึกว่าเคมีตรงกันคนเราทำงานกับคนเคมีคนละทางมันก็ไม่ได้ เราคุยกันได้หมดกระทั่งเรื่องสัพเพเหระพอเคมีมันใช่งานก็เดิน แล้วรสนิยมในการทำดนตรีเขาก็คล้ายๆ เรา มันก็เลยทำให้งานไหลลื่นไปได้ด้วยดีก็เลยไปต่อได้เรื่อยๆ"

ร่วมงานกับ Boyz II Men สตรอง

การทำงานกับบอย ทู เมน เป็นอย่างไรบ้าง
"ด้วยความที่ของดังเป็นค่ายตัวเองมันจึงค่อนข้างเหนื่อยเพราะเราต้องดูแลหลายๆ อย่าง เราทำงานกันไม่กี่คน ไหนจะเรื่องสัญญาเรื่องการทำงานเราก็ต้องมานั่งดูเอง อย่างการทำสัญญาคืองานเราก็ทำกันด้วยใจให้ใจกันอยู่แล้วแหละ แต่ว่าเพื่อความสบายใจก็ต้องมีการทำสัญญาทั้งสองฝ่าย

ส่วนการทำงานโดยเริ่มจากการทำเดโม่ก่อนส่งไปให้เขาพอเราทำเดโม่ส่งไปปุ๊บเขาก็ชอบเลยไม่ได้มีการแก้อะไรเลย เพราะว่าเราก็ทำเต็มที่เหมือนกันแล้วก็แล้วดังก็เริ่มอัดเสียงดังเป็นเสียงไทยแล้วก็ไกด์เนื้อไปให้เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้เขาไปเขาก็จะเขียนกลับมาเป็นภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงกับที่เราเขียนไกด์ จากนั้นเขาก็ร้องพาร์ทของเขามา แล้วก็จะบอกว่ายูร้องท่อนนี้นะเดี๋ยวไอร้องท่อนนี้ก็จะมีการมาร์กมาในอีเมลล์ต่างๆ นานา เป็นการทำงานแบบข้ามทวีปจริงๆ เพราะเขาจะร้องอยู่ที่ลาสเวกัสส่งมาให้เรา"

ถามจริงๆ ครั้งเป็นดังเองหรือเปล่าที่ทุ่มจ่ายค่าตัวไปให้เขา

"ไม่เยอะฮะไม่เยอะมันเป็นเรื่องของการร่วมกันทำงานมากกว่า เพลงนี้ไม่ได้ขายในเมืองไทยเพลงนี้เป็นครั้งแรกที่จะเอาสินค้าของดังออกไปขายต่างชาติเหมือนกัน ขายทั้งหมด 8 ประเทศด้วยกันก็จะมี ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน"

ก้าวย่างต่อไปเพราะรักการทำเพลง เคยโด่งดังเป็นไอดอลวัยรุ่นเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน

ดัง เล่นใหญ่คิดอลังการมากเลยนะกับโปรเจ็คนี้
"สำหรับดังโปรเจ็คใหญ่ไหมไม่รู้แต่แค่ร้องกับบอย ทู เมนก็ฟินแล้ว ถ้าจะถามว่าเป็นโปรเจ็คใหญ่หรือเปล่าดังว่ามันเป็นอีกก้าวหนึ่งของดัง อีกสเต็ปหนึ่งที่เราได้ทำงานกับศิลปินระดับนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพลงไทยนะฮะไม่เคยมีใครได้ฟิเจอริ่งกับศิลปินระดับโลกขนาดนี้ คนอื่นก็จะไปทำเพลงฝรั่งร้องขายแบบนี้ เราฟิเจอริ่งภาษาไทยกับภาษาอังกฤษของศิลปินระดับโลกจริงๆ เขาใช้คำว่าดังแอนด์บอยทูเมนเลย แล้วมีหลายเวอร์ชั่นนะฮะ ตอนแรกที่ปล่อยมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเดี๋ยวสักพักจะเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ปล่อยออกมาอันนี้จะเป็นสากล แล้วก็เดี๋ยวจะมีไทยล้วนออกมาด้วย"

อันนี้ก็คือทางค่ายดังทำดนตรีเอง

"ใช่ครับเป็นคนทำดนตรีชื่อเอฟูเป็นคนไทยแต่ว่ามีความเป็นฝรั่งสูงและมีความเป็นป๊อบสูงเค้าทำเพลงขายอยู่แล้วเพราะฉะนั้นทำงานด้วยมันเลยก็ง่าย"

เพราะมีบอย ทู เมนเข้ามาร่วมงานด้วยหรือเปล่าเพลงของดัง พันกร ถึงลงปกติขึ้นชื่อว่าดัง พันกรที่ต้องแรงคารามายอย่างนี้

"ก็มีส่วน (หัวเราะ) อีกอย่างเราเองก็มองว่าเพลงมันเหมือนวัฎจักรชีวิตเรารู้สึกว่าเพลงตบตีมันมีอยู่แล้วทำเมื่อไหร่ก็ได้แต่ในโมเมนต์ที่เราได้ทำกับบอยทูเมนเรารู้สึกถึงโมเมนต์ที่เราได้เปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง ว่าเฮ้ยคนเราบางครั้งเมื่อโดนแย่งแฟนได้ ก็น่าจะเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนกัน เพลงนี้จึงชื่อเพลงรัก เเป็นการพูดถึงการขอบคุณความรักขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ เรียกว่าพูดถึงความรักให้แฟนเราในปัจจุบันก็ได้ มองไปถึงในอดีตก็ได้ ถึงคนที่เราเคยรักก็ได้ในโมเมนต์ที่เราเคยอยู่ด้วยกันและมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกันเพราะเวลาเราเลิกกับใคร เวลาผ่านไปโมเมนต์ที่ไม่ดีมันก็จะค่อยๆ จางไปมันจึงจะเหลือแต่สิ่งดีๆ และสิ่งเหล่านั้นนั่นแหละเป็นสิ่งที่มีค่ามากมันเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆในชีวิตคนๆ หนึ่งว่าจะมีสักกี่ครั้ง สำหรับดังเองดังก็บอกว่าเราเองก็เคยมโมเมนต์อะไรแบบนั้นเราก็ดึงตรงนั้นมาใช้ จะได้เห็นคุณค่าของมันว่าเวลาผ่านมาขนาดนี้เรายังหาไม่ได้เลย (หัวเราะ)"

ยุคต้นๆ ของ ดัง พันกร

เหมือนมุมมองความรักดังเองก็เบาๆ ลงด้วยหรือเปล่า เหมือนผ่านอะไรมามากๆ ก็เริ่มเบาลงซอฟท์ลง

"ไม่ฮะยังแรงอยู่เหมือนเดิมแต่มีความโรแมนติกอยู่นะแต่เป็นความโรแมนติกที่ไม่เลี่ยน ดังไม่ใช่คนที่จะค่อยถามแฟนว่าตัวเองกินไรหรือยัง ดังเป็นคนที่ปากแบบยังไงล่ะไม่ใช่ว่าปากหมานะแต่เป็นคนพูดตรงเป็นคนไม่ได้สวีท แล้วถึงแม้จะเป็นเพลงรักแต่พอมาเป็นดังร้องมันก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นรักหวาน มันก็จะมีรักนะแต่เอ๊ะยังไง จะรักหรือจะเศร้าอะไรยังไง เสียงดังมันสามารถนำพาไปได้ในหลายมิติ บางคนที่กำลังมีความรักอาจจะอินบางคนดูแล้วเขาก็ร้องไห้ เพลงนี้ให้แง่คิดในหลายหลายมุมเพลงนี้เราใช้คำว่าเลิฟคำว่ารักคำ เพราะว่ารักเป็นคำที่ใหญ่มากการทำงานของเราเองก็เป็นความรักที่ใหญ่มากเราทำงานกันแบบข้ามเชื้อชาติ ไร้พรมแดนอย่างบอยทูเมนเองเขาก็เป็นศิลปินผิวสีมาเจอดังซึ่งเป็นคนเอเชียผิวเหลืองดังก็เลยเลือก ปอย ตรีชฎา มาเล่นเอ็มวีกับพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เพราะรู้สึกว่าความรักไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน มันต้องมองกันจากข้างในคนเราแก่นแท้ของความเป็นคนมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วสังคมและโลกของเรามันก็จะดีขึ้นเลยนะถ้าทุกคนคิดแบบนี้"

อันนี้เหมือนดังจะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับตัวเราถึงสังคมหรือเปล่า
"ไม่ถึงขนาดสื่อสารหรอกครับแต่ดังรู้สึกว่าเรามีสิทธิ์ที่จะพูดหากเราพูดอะไรแล้วจะช่วยทำให้สิ่งต่างๆ มันดีขึ้น"

ร้องเพลงรักตอนนี้ความรักของเราล่ะเป็นอย่างไรบ้าง
"ไม่มีฮะ"

เห็นตอนนั้นเคยบอกว่าอยากแต่งงาน
"อยากแต่งแต่ไม่มีใครให้แต่ง (หัวเราะ) ตอนพูดก็ไม่ได้มีใครจะให้แต่งด้วยนะเพียงแต่เราพูดขึ้นมาเผื่อมีใครสนใจ เผื่อจะเป็นคนนี้ (ร้องเป็นเพลง) แต่ว่าก็ยังไม่มีใครสนใจ"

เรื่องความรักยังกลัว แฮปปี้กับทุกวันของตนเอง

ทำค่ายเพลงของตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง

"ยังดีนะครับตอนเด็กๆ เราเคยใฝ่ฝันอยากทำเพลงแต่บางทีก็มีความท้อแท้เราผ่านอะไรมาเยอะตอนนี้เราก็อยากทำศิลปินคนอื่นๆ ตอนนี้ก็ดึงเพื่อนหนึ่งคนกำลังจะทำเพลงแล้วเอง เราเคยผ่านตรงนี้มาแล้วเห็นเพื่อนเราเขาก็ชอบทางนี้เรา เข้าใจเขาก็ชวนเขามาทำด้วยกัน"

ทุกวันนี้ทำค่ายเพลงเพราะอยากทำเพลงหรือว่าการทำเพลงมันยังสร้างกำไรสร้างเม็ดเงินให้เราได้อยู่

"กำไรมันก็ยังคงมี แต่มันก็ไม่ได้มาก (ลากเสียง) คือโอ้โหถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแล้ว แต่ดังรู้สึกว่า ณ ตอนนี้ในชีวิตของดังมันไม่ใช่แค่จะต้องกอบโกยร่ำรวยอะไรมากมายมันไม่ใช่แล้ว เพลงมันเป็นสิ่งที่ เป็นศิลปะ มันคืออาร์ตที่อยู่ในใจเรางานทุกชิ้นล้วนมาจากสิ่งที่เราอยากจะพูดในโมเมนต์นั้นของชีวิตมันคือไดอารี่ชีวิตดัง มองย้อนกลับไปอย่างเพลงไม่เอาคืน ตอนนั้นเราแอบชอบใครหรือเพลงสองไฟขึ้นฟ้าร้องตอนอกหัก แล้วดังเป็นคนที่อกหักตลอดพอกลับมาฟังเพลงนี้แล้วก็จะนึกถึงโมเมนต์นั้นที่เราอกหักแอบชอบคนนั้นนะแต่ก็โดนเขาเหวี่ยงมา (หัวเราะ)"

ไม่ใช่คนแรงคนเหวี่ยงแต่เป็นชัดเจน มีค่ายของตัวเองและจะทำต่อไป

ทำไมดูดังเป็นคนอกหักตลอดเวลามีรักไม่เคยสมหวัง
"ไม่เคยสมหวังเรื่องรักเลย (ลากเสียง) เลยรู้สึกกลัวความรัก"

คนอย่างดัง พันกรเวลามีความรักเป็นยังไงยังเป็นตัวของตัวเองหรือเปล่าหรือไปทุ่มเทให้เขา
"ถ้ารักจริงๆ ทุ่มเท ดังเป็นคนรักคนยากแต่ว่าชอบคนง่าย ถ้าดังรักจริงๆ ดังจะเป็นคนที่ค่อนข้างมองไปไกลๆ เลยจะเป็นคนค่อนข้างทุ่มเท จนมีบ้างที่สูญเสียความเป็นตัวเอง แต่มีไม่เยอะนะที่เป็นแบบนี้ น้อยมากพยายามขุดเอาความทรงจำเก่าๆ ขึ้นมา (ยิ้ม) เวลามีแฟนเวลาที่รักใครจริงๆ เราคงอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข คนจะบอกว่าความรักมันคือการต้องปรับตัวแต่ดังว่าไม่จริงถ้าเรารักจริงๆ ความรักมันจะทำให้เราเปลี่ยนตัวเองไปให้มันเข้ากับเขาได้เอง"

ส่วนใหญ่ที่อกหัก โดนเขาหลอกหรือว่าเขาไปมีคนอื่น
"ไปมีคนอื่นไม่ทันหรอก ไม่ทันได้มีคนอื่นหรอกฮะ ไอ้ที่อกหักเนี่ยเพราะเราไปชอบคนที่เขาไม่ชอบเรามากกว่า ดังชอบเป็นแบบนี้คนที่ดีก็ไม่รักคนที่รักก็ไม่ดี มันจะมาแบบนี้ตลอดแล้วเราก็รู้สึกว่ามันเจ็บตรงที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา มันเจ็บตรงที่เขาไม่ชอบ เราไม่อายเลยถ้าจะบอกว่าเราไปชอบคนนี้ แล้วเขาไม่ชอบเราเพราะรู้สึกว่าเวลาใครมาชอบเราก็ยังไม่ชอบได้เลยต่อให้เราจะมั่นหน้าว่าเราหน้าตาดีขนาดไหนก็ตามโดนเทตลอด (หัวเราะ)"

ลุคนี้สาวกรี๊ด อยากไปให้ไกล แต่มั่นคง

แปลว่าดังเป็นคนที่ใช้หัวใจเลือกไม่ใช่ใช้เหตุผล
"ส่วนใหญ่จะใช้สายตาเลือก (หัวเราะลั่น) ต้องใช้สายตาเลือกก่อนสิแต่ไม่น่าเชื่อนะว่าคนอย่างดัง พันกรจะแห้ง ต้องเอาทิชชู่หรือว่าฟ็อกกี้ฉีดแล้วโปะลงไปจะได้ไม่แห้งแล้ง"

วางไว้ไหมถ้าเผื่อในอนาคตต้องอยู่คนเดียวจะทำยังไง
"เริ่มมองแล้วนะฮะเพราะชีวิตนี้มันแบบเมื่อคืนก็เริ่มมองแล้วว่าเอ๊ะเวลานี้ก็ไม่มีใครตื่นมาคุยกับเราไม่มีใครอยู่ กับเพื่อนเราก็ไม่รู้จะโทรหาใครคนนี้เราจะคุยได้ โทรไปเขาจะว่าหรือเปล่า คือตอนเนี่ยยังโอเคแต่ถ้าคนอื่นมันมีแฟนไปหมดแล้วเนี่ยมันไปแน่มั่นใจ ก็เลยรู้สึกว่าคิดเหมือนกันว่าอยากมีแต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าถ้ามีแล้วไม่ดีก็ไม่มีดีกว่า"

ดัง พันกรนี่โดนหลอกได้ไหม
"ไม่น่าจะได้ที่ผ่านมาไม่เคยโดนหลอก สตรองมาก หลอกเขามากกว่า"

เคยคบซ้อนไหม
"ไม่ๆ ดังไม่เคยคบซ้อน แต่จริงๆ คนไม่ค่อยเข้าก็เข้ามาหาดังเท่าไหร่ คิดว่าดังน่าจะดูแรงนะแต่ไม่จริงนะดังไม่แรง จริงๆแล้วดังเป็นคนตลกมากกว่าเป็นคนเฮฮาเสียงดังเป็นคนที่ค่อนข้างโอเพ่นนะยิ่งถ้ามีน้ำอะไรสักนิดนึงเนี่ย ดื่มเข้าไปนิดนิดหน่อยหน่อยเนี่ยมันก็จะมีความกล้าหาญชาญชัยขึ้น (หัวเราะ)"

โลดแล่นอย่างสง่างามด้วยความสามารถ

ปีนี้ดังอยู่วงการมาครบ 18 ปี จะได้เห็นดังขึ้นคอนเสิร์ตร้องเพลงเก่าๆ สมัยอยู่อาร์เอสไหม
"อยากขึ้น อยากให้ได้เห็นมากเลย ส่วนเรื่องการเอาเพลงของอาร์เอสมาร้องเนี่ยดังคุยได้เพราะดังกับอาร์เอสมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันอยู่แล้วร้องได้ดังร้องเพลงเก่าๆ ได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่าง คอนเสิร์ตดังอยากทำนะแต่ว่ายังไม่รับปาก เพราะยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไปการทำเพลงมันก็เปลี่ยนไปเพลงสมัยนี้กับในสมัยนั้นก็ไม่ค่อยเหมือนกันเพราะคนที่เสพเพลงเขาเสพเพลงที่ต่างไป"

ค่ายเพลงของดังยังไปได้ด้วยดีไหม
"ยังไปได้ด้วยดีแต่ยังไม่คิดจะมีศิลปินเพิ่มมากมายนอกจากจะมั่นใจจริงๆเคมีต้องได้เด็กต้องรักดีจริงๆ ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อน (หัวเราะ)"

เหมือนทำค่ายขึ้นมาสนองนี๊ดตัวเองหรือเปล่า
"สนองนี๊ดเนี่ยมันสนองอยู่แล้วแต่มันต้องได้ทุกอย่างที่เรานี๊ดด้วยไม่ใช่แค่ว่าทำเพื่อสนองนี๊ดอย่างเดียว แต่ต้องทำให้มันออกมาดีไม่ใช่ทำแค่เอาสะใจเราต้องมองในมุมธุรกิจด้วย แต่เราก็ต้องยังทำงานในสิ่งที่เรารักเพราะถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่รักมันก็จะไม่สนุกงานมันเลยเหมือนไม่ใช่งานออกเพราะมันอยู่ในสายเลือดเราไปแล้ว"

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยังไง ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ดัง พัน ก็คือ ดัง พันกร คนที่รัก "เพลง" เป็นชีวิตจิตใจ.

ดัง พันกร ก็คือ ดัง พันกร ไม่ต้องเแบบใคร,กะเทาะเปลือก ดัง พันกร กับสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและแก่นแท้จริงๆ ของเขา รักใครเขาก็ไม่รัก

0 comments